ารเคลื่อนไหวในบริเวณสุสานเปลวไฟก็ลดน้อยลงทันที ยามนี้หลงเหลือผู้คนอยู่ไม่มากนัก มีเพียงเสาเพลิงเหล่านั้นที่ยังคงอยู่เหมือนเดิม
จั่วม่อเมื่อรับปากกุ่ยจู่ว่าจะหลอมสร้างยุทโธปกรณ์เทพจำนวนหนึ่งมันก็ตัดสินใจว่าจะทำให้เสร็จสิ้นไปโดยเร็วที่สุด
วัตถุดิบทุกชนิดไหลบ่ามายังสุสานเปลวไฟอย่างไม่ขาดสาย
ข่าวที่ว่าปรมาจารย์กำลังจะลงมือหลอมสร้าง แพร่สะพัดไปทั่วหมื่นสุสานแห่งโลกความมืดอย่างรวดเร็วดุจไฟลามทุ่ง บรรดาปิศาจนักหลอมสร้างที่บ้างกำลังเสาะหาไฟวิญญาณ บ้างกำลังกลั่นเกลาไฟวิญญาณของตน พากันหยุดมืออย่างพร้อมเพรียง รีบรุดมาชมดูอย่างคับคั่ง
บนภูเขารอบข้างเต็มไปด้วยผู้คน พวกมันจ้องมองสุสานเปลวไฟที่อยู่ในหุบเขาเบื้องล่างด้วยสีหน้ากระหายใคร่รู้ ยากนักที่จะมีโอกาสได้ชมดูปรมาจารย์ทำการหลอมสร้างด้วยสายตาตัวเอง
เห็นรถม้ากระดูกคันแล้วคันเล่า อัดแน่นไปด้วยวัตถุดิบนานาชนิดไหลบ่าเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย ตลอดทั้งวันยังไม่เคยหยุดลงเลย
“หมิงหง มีรถม้าเข้ามากี่คันแล้ว?”
? คนผู้หนึ่งไหนเลยจะใช้วัตถุดิบมากมายปานนี้ในคราวเดียวได้
“หุบปากของเจ้า! เพียงแค่รอชมดูก็พอ!”
เสียงถกเถียงคาดเดาในกลุ่มคนก็ไม่เคยหยุดลงเช่นกัน ไม่ว่าผู้ใดก็ขบคิดไม่เข้าใจ ท่านปรมาจารย์ที่แท้ต้องการทำอะไรกันแน่?
ไม่ไกลออกไปนัก วัตถุดิบมากมายกองพะเนินเทินทึกเป็นภูเขาเลากา
จั่วม่อเมื่อตรวจดูสุสานเปลวไฟแล้วเสร็จ อดทอดถอนชมเชยไม่ได้นับเป็นแดนสวรรค์แห่งการห