นในเวลาเดียวกันแม้กระทั่งปรมาจารย์หลอมสร้างที่เก่งกาจที่สุดยังกระทำไม่ได้
พวกมันมองดูเงาร่างผมขาวซึ่งยืนตระหง่านอยู่กลางสุสานเปลวไฟ
ปรมาจารย์ผู้มีฝีมือหลอมสร้างประดุจเทพยดาผู้นี้ ที่แท้เป็นใครกันแน่?
จั่วม่อเพ่งสมาธิจิตใจทั้งหมดไปยังเสาเพลิง แม้ว่าเสาเพลิงเหล่านี้จะถูกชำระล้างจนบริสุทธิ์ พวกมันก็หาใช่เปลวเพลิงเทพสุริยันที่มันจะ
มันทรุดกายลงนั่งขัดสมาธิ หลับตาพักผ่อน
ไม่นานหลังจากนั้น ร่างหนึ่งเหินลิ่วมาจากที่ห่างไกล พลิ้วกายลงด้านข้างจั่วม่อ เป็นองครักษ์เสี่ยวฮั่ว เสี่ยวฮั่วพอมาถึงก็ค้อมกายคารวะกล่าวอย่างนอบน้อม “ท่านปรมาจารย์ โชคดีที่ทำสำเร็จลุล่วงตามคำสั่ง!”
มันประคองส่งมอบขวดหยกใบหนึ่ง
จั่วม่อลืมตาขึ้นรับขวดหยก ยิ้มพลางกล่าวว่า “ขอบใจเจ้ามากองครักษ์ฮั่ว”
“เป็นเรื่องที่ข้าควรกระทำ! ท่านปรมาจารย์โปรดอย่าได้เกรงใจ!”องครักษ์เสี่ยวฮั่วรีบกล่าวอย่างสุภาพเรียบร้อย
จั่วม่อไม่กล่าวมากความ มันถือขวดหยก เดินไปที่ด้านข้างสุสานเปลวไฟ เปล่งเสียงตวาดเบาๆ คำหนึ่ง คลื่นพลังงานสีเทาพลันพวยพุ่งออกมาจากขวดหยก
“พลังงานความตาย!”
“เป็นพลังงานความตายจริง ๆ!”
บนภูเขามีหลายคนสายตาแหลมคม พวกมันจดจำไอสีเทาเหล่านี้ได้ทันที เหล่าคนที่ใช้ชีวิตคลุกคลีอยู่ในทะเลหมื่นสระเดือด ไหนเลยจะไม่คุ้นเคยกับพลังงานความตายสีเทาเป็นอย่างดี แน่นอนว่าพวกมันเพียงมองปราดเดียวก็จดจำได้ แต่ยังคงงุนงงสงสัยอยู่บ้าง ปรมาจารย์คิดใช้พล