ผู้อาวุโสสูงสุดทอดถอนชมเชย “ม่ออวิ๋นไห่นับว่าชุมนุมมังกรพยัคฆ์โดยแท้ เทียนหวนเรามีศิษย์นับแสน แต่เพียงให้กำเนิดชนชั้นหลีเซียนเอ๋อร์ผู้เดียว นึกไม่ถึงว่าม่ออวิ๋นไห่กลับมีอยู่ถึงสามคน กระทั่งเราผู้เฒ่ายังต้องนึกอิจฉาเลื่อมใสแล้ว”
จั่วม่อหัวเราะร่า “ไยต้องอิจฉา ผู้อาวุโสสูงสุดท่านหากมายังม่ออวิ๋นไห่ อื่นใดไม่ต้องเอ่ยถึง รับประกันว่าท่านสามารถเลือกตำแหน่งได้ตามใจชอบ ยิ่งไปกว่านั้น ศาสตร์วิชาอักขระเทพของผู้อาวุโสจะขจรขจายไปทั่วอย่างแน่นอน”
น้าเสียงของจั่วม่อแม้แฝงแววหยอกเย้า แต่ท่วงท่าสภาวะยังคงเยือกเย็นทรงอำนาจ ให้ความรู้สึกแปลกแยกพิกลแก่ผู้คน
ผู้อาวุโสสูงสุดสั่นศีรษะพลางหัวร่อ “จั่วเซียนเซิงช่างสนุกสนานน่าสนใจนัก เพียงแต่หลังจากวันนี้ไป ม่ออวิ๋นไห่เกรงว่าไม่อาจอยู่รอด จากเจริญรุ่งเรืองจะกลายเป็นเสื่อมทรุดลง ไม่มีอนาคตอันสดใสเรืองรองเท่ากับเทียนหวน ซึ่งความจริงหากท่านยินดีเข้าร่วมกับเทียนหวน ข้าก็ยินดีสละตำแหน่งผู้อาวุโสสูงสุดให้โดยไม่บ่ายเบี่ยง”
จั่วม่อถอนใจเบา ๆ “อันที่จริงชนชั้นปรมาจารย์เช่นผู้อาวุโสสูงสุดเป็นที่นับถือเลื่อมใสของข้ามาโดยตลอด นึกไม่ถึงว่าจะมีวันที่ต้องเผชิญหน้ากันบนสมรภูมิ นับว่าโชคชะตากลั่นแกล้งคนโดยแท้ ชวนให้
?”
ผู้อาวุโสสูงสุดหัวร่อเบา ๆ “จั่วเซียนเซิงกล่าวถูกต้อง การต่อสู้ในวันนี้เป็นชะตากรรมของพวกเราทั้งคู่ หากผู้ตายเป็นข้า เทียนหวนคงไม่พ้นต้องเสื่อมทรุดลง แต่หา