อสูรควันดำเป็นคนแรกที่สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในขบวนทัพของศัตรู
วิสัยทัศน์ที่กว้างไกลช่วยให้มันหยั่งทราบจิตเจตนาของฝ่ายตรงข้ามในทันที ต้องใจเขม็งตึงเครียดขึ้นมา ตวาดเตือนพรรคพวกสุดเสียง “ทุกคนระวังให้ดี พวกมันกำลังจะบุกเข้ามาโดยไม่คำนึงถึงชีวิต! ป้องกันพื้นที่ของพวกเจ้าอย่างเคร่งครัด อย่าปล่อยให้มีช่องว่างรอยโหว่ใด! อาเยว่ เจ้าขึ้นไปที่ตำแหน่งสูง พวกปลาที่หลุดออกมาออกจากร่างแห ยกให้เป็นหน้าที่ของเจ้า!”
“เข้าใจแล้ว!” หนานเยว่ส่งเสียงรับคำ สะกิดเท้าเหินร่างอย่างปราดเปรียว ขึ้นไปยังตำแหน่งสูงสุดในบริเวณ ในมือปรากฏคันธนูแสงคู่ใจ
‘เกาทัณฑ์เทพสวรรค์แดนใต้!’
‘ศาสตร์เกาทัณฑ์สวรรค์แดนใต้’ ซึ่งถูกเสริมความเข้มแข็งด้วยพลังเทพเปล่งประกายสีม่วงอันลี้ลับ สายธนูเบาบางขึงตึง เต็มไปด้วยพลัง
หนานเยว่ยืนตระหง่านกลางสายลม สีหน้ากระด้างเย็นชา นางไม่ใช่ดรุณีน้อยที่ไม่เข้าใจโลกเหมือนเช่นในอดีตอีกแล้ว นางในวันนี้ผ่านการต่อสู้นับร้อยครั้งพันหน เป็นนักรบชาญศึกที่มีประสบการณ์โชกโชน จิตใจแกร่งกร้าวมั่นคง เป็นหัวหน้าหน่วยที่ควรค่าแก่การไว้วางใจ
การโจมตีระยะไกลของนางครอบคลุมพื้นที่กว้างไพศาล
ทุกคนอยู่ร่วมกันมานาน รู้มือรู้ใจกันเป็นอย่างดี พอฟังเสียงร้องเตือนของอสูรควันดำ แต่ละคนเส้นประสาทขมึงตึงขึ้นมา เมื่อใดที่อสูรควันดำมีสีหน้าท่าทีเช่นนี้ หมายความว่าศึกหนักกำลังจะมาถึง
อย่างไรก็ตาม พวกมันทั้งกลุ่มไม่ได้หวาด