านตำแหน่งที่นางยืนอยู่เมื่อครู่หากนางชักช้าแม้เพียงชั่ววูบ เกรงว่าปราณมีดสั้นจะตัดศีรษะนางขาดกระเด็นอย่างง่ายดาย
หลีเซียนเอ๋อร์ปรากฏกายขึ้นห่างออกไปยี่สิบจั้ง ใบหน้าซีดขาว มือเท้าเย็นเฉียบ เส้นผมจำนวนมากถูกปราณมีดสั้นเมื่อครู่เฉียดผ่าน ยามนี้ค่อยปลิวกระจายไปในสายลมราวกับเริงระบำ
ชั่วขณะจิตนี้ นางคล้ายได้ยินเสียงลมหายใจแห่งความตายดังอยู่ริมหูอักขระเทพบนรองเท้าเกราะของนางแตกร้าวราวกับใยแมงมุม เหตุผลเดียวที่นางเก็บกู้ชีวิตน้อย ๆ เอาไว้ได้ ก็เพียงเพราะยันต์เทพยดาช่วยชีวิตที่อยู่ในยุทธภัณฑ์เทพของนางเท่านั้น
‘กระสวยหญิงทอผ้า’ มียันต์ช่วยชีวิตสามชนิด เป็นอักขระเทพสามตัว แต่ละชนิดมีพลังแตกต่างกัน ยามนี้นางเหลือยันต์ช่วยชีวิตอีกเพียงสองเท่านั้น
นางแม้เป็นยอดอัจฉริยะแห่งยุคสมัย แม้ว่ามีพลังฝีมือสูงล้าเทียมฟ้าแต่ไม่เคยผ่านการเคี่ยวกรำด้วยโลหิตและเปลวไฟ ไหวพริบปฏิภาณในการต่อสู้ของนาง หากเทียบกับชนชั้นจั่วม่อและอากุ่ยแล้ว นับว่าอ่อนด้อยกว่ามาก
หลีเซียนเอ๋อร์เร่งเร้าพลังเทพทั่วร่าง หมายจะขจัดพลังสีม่วงอันน่ากลัวที่แทรกซึมอยู่ภายในกาย
นางจู่ ๆ บังเกิดความรู้สึกว่าวันนี้นับว่าเข้าตาจนแล้ว
ภายใต้แรงกระตุ้นจากศิษย์พี่ใหญ่ที่แข็งแกร่งผิดมนุษย์มนา รวมถึงการล่อลวงของอนาคตอันสวยสดงดงามที่เต็มไปด้วยภูเขาจิงสือ จั่วม่อคร่าเคร่งฝึกปรือจนเลือดตาแทบกระเด็น ไม่น้อยหน้าศิษย์พี่ของมัน
พลังเทพของมันแต่ละหยาดแต่ล