าที หนามเทพสุริยันสามเล่มพุ่งเลียดไปตามพื้นอย่างเงียบเชียบ ประหนึ่งอสรพิษอันประเปรียว เลื้อยปราดเข้าหาหลีเซียนเอ๋อร์อย่างลี้ลับ
หลีเซียนเอ๋อร์พลิกฝ่ามือวูบ ลำแสงสีชมพูสายหนึ่งกระแทกใส่ขวานเทพสุริยันอย่างแม่นยำ ขวานเทพสุริยันเล่มน้อยคล้ายแข็งค้างอยู่กลางอากาศ
เท้าที่หุ้มเกราะสีชมพูของนางขยับพลิ้วอย่างว่องไว ระลอกคลื่นสีชมพูกวาดวาบออกไป เพียะ เพียะ เพียะ หนามเทพสุริยันทั้งสามถูกบดขยี้เป็นผุยผงในพริบตา
ตลอดกระบวนการทั้งหมด นางไม่ได้เหลือบแลจั่วม่อแม้แต่แวบเดียว
เนื่องเพราะนางมีศัตรูที่ตึงมือยิ่งกว่า
เพียะ เพียะ เพียะ!
เสียงปะทะดังระรัวเหนือศีรษะนาง หลีเซียนเอ๋อร์ประหนึ่งกลุ่มควันสีชมพูอมแดงอันพร่ามัว อากุ่ยดุจเงาภูตพราย บัดเดี๋ยวปรากฏ บัดเดี๋ยววูบหาย สตรีทั้งสองประมือกันอย่างเร่งร้อนด้วยระดับความเร็วอันน่าแตกตื่นสะท้านใจ
จั่วม่ออัศจรรย์ใจยิ่ง มันล่วงรู้ว่าในฐานะจ้าวบัลลังก์ลำดับแรกแห่งเทียนหวน หลีเซียนเอ๋อร์ย่อมต้องฝีมือกล้าแข็ง คนผู้เดียวที่เหนือล้ากว่านางในเทียนหวน มีเพียงผู้อาวุโสสูงสุดเท่านั้น อย่างไรก็ตาม หลังจากรับทราบฝีมือของนางด้วยตัวเอง ค่อยพบว่าหลีเซียนเอ๋อร์ยังแข็งแกร่งกว่าที่มันคาดคิดเอาไว้มาก!
เทียบกับคนที่มันประมือด้วยเมื่อครู่ นางถึงกับแข็งแกร่งกว่ามาก!
จั่วม่อสูดลมหายใจลึก จิตวิญญาณการต่อสู้ลุกโชนราวกับเพลิงโหมไม่ว่าจะอย่างไร วันนี้มันต้องคร่ากุมหลีเซียนเอ๋อร์ให้จงได้!