ว่าจะต้องวางตัวเป็นกลางเพื่อที่จะได้ไม่ล่วงเกินทั้งสองฝ่าย”
“วางตัวเป็นกลางก็พอแล้ว” เฉาซิงดวงตาทอประกายเย็นเยียบ “ในเวลาเช่นนี้ขอเพียงพวกมันวางตัวเป็นกลาง มีแต่จะทำให้สถานการณ์ของม่ออวิ๋นไห่ยิ่งย่าแย่ลงเท่านั้น!”
“คราครั้งนี้ม่ออวิ๋นไห่ต้องไม่อาจหลุดรอดไปได้!” หลินเชียนกล่าว สีหน้าทอแววลิงโลดยินดีอยู่บ้าง
ม่ออวิ๋นไห่เป็นข้อห่วงกังวลที่หนักหนาสาหัสที่สุดของมันเสมอมา!
“ตัวแทนจากเทียนหวนเข้าพบเจ้าสำนัก” บริวารผู้หนึ่งรายงานด้วยเสียงเบาต่า
ใบหน้าที่ปกคลุมด้วยรอยแผลเป็นของจงเต๋อกระด้างเย็นชาดุจหินแกร่ง “พวกมันกล่าวว่าอะไร?”
คนจากเทียนหวนเมื่อมาถึงซีเซวียน บุคคลแรกที่ขอเข้าพบคือจงเต๋อแต่จงเต๋อปฏิเสธการขอพบของพวกมัน ยอดแม่ทัพเฒ่าเป็นชนชั้นใดความคร่าโลกของมันสุดที่ผู้คนทั่วไปจะเทียบเทียมได้ คนผู้นั้นมาถึงซีเซวียน อันดับแรกกลับไม่เสาะหาเจ้าสำนักแต่เป็นจงเต๋อ เห็นได้ว่าไม่มีกุศลเจตนาอันใด เพียงใช้เล่ห์อุบายอันเรียบง่าย คิดจุดประกายความขัดแย้งภายในขึ้นมา
หากมิใช่ว่าเจ้าสำนักล่วงรู้ว่าจงเต๋อมีชีวิตเหลืออยู่เพียงสามปี ไม่แน่ว่ากระบวนท่าต่าช้านี้อาจได้ผล ยามนี้มันคงยากที่จะหลีกเลี่ยงข้อสงสัยของเจ้าสำนัก
“พวกมันบอกว่าม่ออวิ๋นไห่ไม่อาจจัดสร้างยุทโธปกรณ์เทพแล้วเสร็จตามคำสั่งซื้อ และพวกมันยินดีที่จะจัดหายุทโธปกรณ์เทพให้แทน” บริวารรายงานอย่างละเอียด “พวกมันยังบอกว่ายุทโธปกรณ์เทพเหล่านี้ออกแบบมาเป็นพ