่อกล่าวอย่างครุ่นคิด
“งานประลองคัดสรรผู้นำ เทียบกับงานประลองชุมนุมวิจารณ์กระบี่แล้วยังโหดร้ายทารุณกว่ามาก” เว่ยอดกล่าวแทรกไม่ได้ “นั่นเป็นการต่อสู้ที่เดิมพันด้วยชีวิต! ผู้ที่เหลือรอดมาได้มีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย นักรบสัญลักษณ์ศึกที่แข็งแกร่งที่สุดจะถูกเรียกว่าขุยอ๋อง (หัวหน้าผู้เป็นใหญ่)ชนเผ่าของขุยอ๋องจะถือครองอำนาจอันยิ่งใหญ่ ชนเผ่าอื่นต้องส่งบรรณาการให้แก่ขุยอ๋อง การส่งบรรณาการนี้จะดำเนินต่อไปจนกว่าขุยอ๋องคนใหม่จะปรากฏตัวขึ้น โดยทั่วไปแล้วการประลองเช่นนี้จะถูกจัดขึ้นทุกสิบปี”
เว่ยกล่าวอย่างเคร่งขรึม “แต่จะอย่างไร ไม่มีหลักฐานยืนยันว่าที่นี่คือสนามประลองสัญลักษณ์ศึก ถึงแม้ว่าข้าไม่เคยไปยังสนามประลองสัญลักษณ์ศึก แต่ซากโบราณสถานแห่งนี้ไม่เห็นจะมีสิ่งใดบ่งบอกไปในทิศทางนั้นเลย”
ผูเยาแค่นหัวร่ออย่างเย็นชา ”ห้าโถงนอกแห่งสนามประลองสัญลักษณ์ศึก ประกอบไปด้วยลม ฝน สายฟ้า หมอกและหิมะ หากข้ามองไม่ผิด ที่นี่คือห้องโถงหมอก แผ่นจานกลมนั่นสมควรเป็นลัญจกรตาหมอก”
เว่ยนิ่งงันไป ในยุคสมัยนั้นมันมิได้เป็นนักรบสัญลักษณ์ศึก ตัวมันอยู่ภายในเผ่า เรียกได้ว่าค่อนข้างอ่อนแอ เรื่องสำคัญเช่นสนามประลองสัญลักษณ์ศึกหาได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับมันไม่ แต่เรื่องของโถงนอกทั้งห้าของสนามประลองสัญลักษณ์ศึก ลม ฝน สายฟ้า หมอกและหิมะ มันกลับเคยได้ยินได้ฟังมาไม่น้อย
จั่วม่อทีแรกยังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่รอจนผูเยาเอ่ยนามลัญจก