อไม่ว่าเป็นฝีมือผู้ใด?” จั่วม่อถามเสียงขรึม เรื่องราวคล้ายจะซับซ้อนยิ่งกว่าที่มันคาดคิดไว้ ซากโบราณสถานยังไม่ทันจะเปิดออก แต่การเข่นฆ่าสังหารกลับเปิดฉากขึ้นแล้ว
“เป็นคุนหลุน!” เจ้าอาวาสวัดดอกบัวสูงศักดิ์ดวงตาทอประกายวาบกล่าวอย่างเคียดแค้น “พวกมันแม้พยายามปกปิดซ่อนเร้นเป็นอย่างดี แต่คนนอกไหนเลยจะทราบว่าศิษย์พี่มีเคล็ดวิชาที่เรียกว่า ‘จิตหทัยว่างเปล่า’ปกติแล้วเมื่อท่านฝึกฝีมือประจำวัน จะทิ้งจิตสำนึกสายหนึ่งเอาไว้ในหอพุทธะ หากมิใช่จิตสำนึกสายนี้ พวกเรากระทั่งคนร้ายเป็นใครยังไม่อาจทราบได้”
“คุนหลุน!” จั่วม่อสีหน้าเคร่งเครียด นึกไม่ถึงว่าคุนหลุนจะลงแรงแข็งขันถึงเพียงนี้เพื่อช่วงชิงตัวอ่อนยุทธภัณฑ์เทพ
จั่วม่อตระหนักถึงความร้ายแรงของสถานการณ์ในทันที ในการเข้าสู่ซากโบราณสถานครั้งนี้ เซียนกระบี่คุนหลุนที่เร้นกายเข้ามาเกรงว่าจะไม่ได้มีเพียงแค่คนเดียว คนเหล่านี้ต้องปกปิดอำพรางตัวตนของพวกมันเป็นอย่างดี หากประมาทเลินเล่อแม้สักเล็กน้อย อาจตกหลุมพรางของพวกมันได้โดยง่าย
ในเวลานี้เอง ดอกบัวที่หน้าผากของเจ้าอาวาสวัดดอกบัวสูงศักดิ์เปล่งแสงเล็กน้อย นางสีหน้าแปรเปลี่ยน แล้วหลับตาลงโดยพลัน สะกดลมหายใจให้สงบลง เมื่อนางลืมตาขึ้นอีกครั้ง ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยรังสีฆ่าฟัน“หยวนเฮ่าถูกซุ่มโจมตีในระหว่างเดินทางกลับ ประเสริฐ ประเสริฐยิ่ง!”
เจ้าอาวาสวัดดอกบัวสูงศักดิ์พอกล่าวคำ ‘ประเสริฐ’ คำที่สอง ดวงตาพลันสาดประกายเ