ือร้ายกาจไม่กี่คนซึ่งบุกฝ่าออกไปได้ ศิษย์อื่น ๆล้วนถูกฆ่าตายหมดสิ้น
เมื่อถึงตอนท้าย พวกมันพบซากศพศิษย์คุนหลุนเทียนหวนมากถึงหกสิบกว่าซาก
พื้นที่โดยรอบซากโบราณสถานซึ่งเดิมทีรุ่มร้อนสับสน กลายเป็นเงียบสงบขึ้นมาทันที
… …
เฉาซิงสีหน้าเจ็บปวดใจ “ช่างเลอะเลือนนัก! เพียงแค่ตัวอ่อนยุทธภัณฑ์เทพชิ้นเดียวถึงกับทำลายสถานการณ์ใหญ่! เมื่อเป็นเช่นนี้แผนเดิมของเราก็ใช้ไม่ได้แล้ว หลังจากการเข่นฆ่าสังหารรอบนี้ เก้ามหานิกายพุทธจะยิ่งกลายเป็นน้าหนึ่งใจเดียวกันมากกว่าเดิม!”
หลินเชียนฝืนยิ้มเจื่อนขม “เรื่องนี้เป็นความผิดพลาดของข้าเอง”
หากเป็นในกาลก่อน เพียงยุทธภัณฑ์เทพรูปแบบอาภรณ์ชุดเดียวย่อมไม่มีคุณค่าเทียบเท่าแผนการใหญ่ซึ่งมุ่งทำลายเก้ามหานิกายพุทธ แต่หลังจาก ‘เพลิงผลาญ’ ของเปี๋ยหานสำแดงเดช นำเสนอแนวคิดใหม่อย่างสมบูรณ์ของยุทธภัณฑ์เทพรูปแบบอาภรณ์สำหรับแม่ทัพบัญชาการศึก ทุกสำนักก็ตีค่าตัวอ่อนยุทธภัณฑ์เทพสูงขึ้นมากในทันที
อย่างฉับพลันทันใด ความปรารถนาที่ขุมกำลังแต่ละฝ่ายมีต่อยุทธภัณฑ์เทพรูปแบบอาภรณ์ ก็ทวีความร้อนแรงขึ้นอย่างมาก
หลินเชียนยามนี้สำนึกเสียใจไม่น้อย ยุทธภัณฑ์เทพชิ้นแรกของคุนหลุนกลับมอบให้แก่ตนเอง ด้วยพลังฝีมือและศักดิ์ฐานะของมัน การที่มันจะถือครองยุทธภัณฑ์เทพชุดหนึ่งย่อมไม่มีผู้ใดกังขา แต่บัดนี้มาลองคิดทบทวนดู ตัวมันเองไม่ได้ออกไปต่อสู้ที่แนวหน้า เท่ากับว่ายุทธภัณฑ์เทพชุดนี้ไม่ได้มีมูลค่าเชิงก