ชุดหนึ่งถูกปราณดาบทำลายไป ขณะเดียวกันไพร่พลกองพันบาปเคราะห์สิบคนก็สลายหายไปด้วย อย่างไรก็ตาม ปราณดาบทั้งหมดล้วนสิ้นสูญไปจากท้องฟ้า
เปี๋ยหานสีหน้าไร้อารมณ์ ใบหน้าเย็นเยียบราวกับสลักด้วยหินผา การปะทะหักหาญอันดุเดือดรุนแรงที่เบื้องหน้าไม่ได้ส่งผลกระทบต่อมันแม้แต่น้อย
อย่างไรก็ตาม หากมัวแต่ตั้งรับการบุกโจมตีของฝ่ายตรงข้าม หาใช่แบบฉบับการทำศึกของเปี๋ยหานไม่
เปี๋ยหานผู้เป็นที่กล่าวขานว่า ‘บุกจู่โจมราวกับเพลิงผลาญ’ ไหนเลยจะมัวแต่ตั้งรับการโจมตีอยู่ได้?
กองพันบาปเคราะห์แปรขบวนทัพเป็นคำรบสอง เพียงชั่วพริบตาเดียวก็เสร็จสิ้น เปลี่ยนจาก ‘กระบวนทัพค่ายกลราชาภูตผี’
กลายเป็น ‘กระบวนทัพค่ายกลโพธิสัตว์พิชิตมาร’ ซึ่งเป็นกระบวนทัพสำหรับบุกจู่โจม!
พลังงานสีแดงที่ไหลหลั่งออกมาจากกองพันบาปเคราะห์ยิ่งสว่างไสวกว่าเดิม ดวงตาสีเทาขาวของพวกมันยังคงไม่สะท้านหวั่นไหว ไร้ซึ่งชีวิตจิตใจ ชวนให้ผู้คนรู้สึกถึงแรงกดดันอันแปลกประหลาด
เส้นใยแสงสีแดงนับไม่ถ้วนห่อหุ้มรอบกายเหล่านักรบกองพันบาปเคราะห์ จากนั้นพวกมันค่อยๆ ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างช้า ๆ
ภายใต้ฝ่าเท้าของพวกมัน อักขระพระสูตรสีแดงฉานปรากฏขึ้น
อักขระพระสูตรเริ่มขยับเคลื่อนไหว ทุกผู้คนบังเกิดความรู้สึกราวกับว่ามีคนมากมายนับไม่ถ้วนเปล่งเสียงสวดมนต์อย่างพร้อมเพรียง อักขระพระสูตรหลายพันชุดหมุนคว้างอย่างเร่งร้อน พลังสภาวะอันน่าพรั่นพรึงผนึกรวมตัวอยู่เหนือขบวนทัพค่ายกล
เ