ราตรีอันมืดมิดส่องสว่างด้วยลำแสงเวทวิชาและเทพวิชาเหลือคนานับ แต่ละสายปะทะหักหาญกลางอากาศประหนึ่งห่าพิรุณดอกไม้ไฟบังเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นลั่นโลก กระแทกทำร้ายโสตประสาทของผู้คนกระแสอากาศกวาดวาบอย่างกราดเกรี้ยวไปทั่วท้องฟ้ารัตติกาล ทุกสิ่งทุกอย่างในม่านสายตาคล้ายบิดเบี้ยวประหนึ่งภาพมายา
ภายในป้อมปราการอาคมหวงห้าม ทุกผู้คนมีสีหน้าคึกคักฮึกเหิม แต่ละคนเพ่งมองไปเบื้องหน้าอย่างจดจ่อ ใบหน้าบิดเบี้ยวเกรี้ยวกราด เส้นเลือดเขียวเต้นตุบ ๆ อยู่ข้างขมับลำคอ
“ใส่ใจ! ใส่ใจ! กลุ่มแรก ให้ความสนใจกับการตัดปีกซ้ายของศัตรู!”
“กลุ่มที่สอง ควบคุมพลังเทพของพวกเจ้าให้ดี อย่าได้ออกแรงมากเกินไป ให้ความสำคัญกับการสับเปลี่ยนหมุนเวียน!”
“ค่ายกลกลุ่มที่สี่ ค่ายกลกลุ่มที่ห้า พวกเจ้าไม่ได้รับประทานข้าวมาหรือ? ไฉนการโจมตีของพวกเจ้าอ่อนปวกเปียกถึงเพียงนี้? ออกแรงให้เต็มที่! หากพวกเจ้าปล่อยให้หลุดรอดไปได้แม้แต่คนเดียว จะได้เห็นดีแน่……”
ม้าฝานสังเกตการณ์ไปทั่วสมรภูมิอย่างเยือกเย็น คำบัญชาการของมันหลั่งไหลเหมือนสายน้า ส่งผ่านไปยังทุกซอกทุกมุมของแนวป้องกันอย่างไม่ขาดสาย
ในหมู่แม่ทัพนายกองของม่ออวิ๋นไห่ มีอยู่หลายคนทีมีฝีมือในการทำศึกป้องกัน อย่างเช่นค่ายเว่ยของซู่หลงและกองพันถังจื่อของถังเฟย ทว่าในบรรดาพวกมันทั้งหมด ม้าฝานนับเป็นตัวประหลาดที่สุด
มันเป็นแม่ทัพบัญชาการศึกที่มีฝีมือในการทำศึกด้วยป้อมปราการอาคมหวงห้าม
เนื่อ