“รายงานจากวัดสำเนียงวัชระบอกว่าอย่างไร?” หลินเชียนถาม
เฉาซิงสั่นศีรษะ “ไม่มีใด พวกมันช่วงนี้เก็บเนื้อเก็บตัวยิ่ง หย่างหยวนเฮ่ากำลังเร่งฝึกกองทัพของมัน กองพันสำเนียงวัชระของมันขยายตัวกว่าสามเท่า อาจต้องใช้เวลาช่วงหนึ่งในการฝึกกองทัพจนใช้การได้”
นามหย่างหยวนเฮ่า ทำให้ดวงตาของหลินเชียนทอประกายที่แทบมองไม่เห็นวูบหนึ่ง มันถามว่า “สืบพบความเป็นมาของหย่างหยวนเฮ่าแล้วหรือไม่?”
“พบแล้ว มันเดิมทีเป็นศิษย์ของผู้อาวุโสลำดับสองแห่งวัดสำเนียงวัชระ แต่ก่อนหน้านี้ไม่มีอันใดโดดเด่นสะดุดตา แต่รอจนเคล็ดวิชาฝึกปรือพลังเทพสำเนียงวัชระปรากฏขึ้น มันค่อยเปล่งประกายเจิดจรัส ทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นยอดแม่ทัพอันดับหนึ่งแห่งวัดสำเนียงวัชระ ทั้งยังเป็นอันดับหนึ่งแห่งเก้ามหานิกายพุทธทั้งมวล อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้มีส่วนเกี่ยวพันกับอาจารย์ของมันไม่มากก็น้อย ผู้อาวุโสที่สองเป็นน้องชายร่วมอุทรของเจ้าอาวาสวัดสำเนียงวัชระเอง”
อย่าได้เห็นว่าเฉาซิงผู้นี้ปกติคลุ้ม ๆ คลั่ง ๆ แต่ยามเมื่อทำงานของตนทั้งพิถีพิถันและรอบคอบระมัดระวัง ได้รับความไว้วางใจจากหลินเชียนอย่างลึกซึ้ง
“นอกจากวัดสำเนียงวัชระแล้ว นิกายอื่น ๆ มีความคืบหน้าบ้างหรือไม่?” หลินเชียนถามต่อ
“วัดสำเนียงวัชระ วัดพุทธรรมเรืองรอง วัดดอกบัวสูงศักดิ์และวัดเมตไตรยสรวลสันต์ สี่นิกายนี้ไม่ค่อยราบรื่นเท่าใด นิกายซินเยี่ยถูกเทียนหวนแทรกซึมเข้าไปแทบทั้งหมด นิกายที่