เต็มไปด้วยขุนศึก เหมาะสำหรับเปิดฉากลับกระบี่ของเราเป็นที่สุด”
ยิ่งกล่าวยิ่งเมามัน เฉาซิงกล่าวไปก็ดื่มสุราไป ไม่นานก็หมดไปอีกหลายจอก เสื้อผ้าอาภรณ์หลุดลุ่ยไปกว่าครึ่ง สายตากลายเป็นมึนเมาขณะที่กล่าวต่อไปว่า “ทอดตามองทั่วหล้าในยามนี้ ศัตรูที่นับว่าทัดเทียมกับเรามีเทียนหวน หมิงอ๋องแห่งดินแดนแห่งความมืด และเผ่าอสูร พวกมันถือครองดินแดนกว้างใหญ่ มียอดยุทธ์และแม่ทัพบัญชาการศึกนับไม่ถ้วน แต่หากมองให้ละเอียดถี่ถ้วน พวกมันผิดแผกแตกต่างกัน คุนหลุนเทียนหวนและดินแดนแห่งความมืด ไม่ว่าฝ่ายไหน ภายในล้วนมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แต่สภาผู้อาวุโสเผ่าอสูรกลับไม่ใช่ ภายในของพวกมันมีการต่อสู้แย่งชิงอำนาจอย่างต่อเนื่อง เหล่าคนรุ่นใหม่ที่นำโดยหมิงเยวี่ยเยี่ย และคนรุ่นเก่าซึ่งนำโดยหัวหน้าผู้อาวุโสลอบประลองกำลังกันในทางลับแทบไม่เว้นแต่ละวัน นี่เป็นโอกาสอันดีสำหรับคุนหลุนเรา”
หลินเชียนดวงตาเป็นประกาย “เราจะลอบให้การสนับสนุนหมิงเยวี่ยเยี่ยใช่หรือไม่?”
เฉาซิงแย้มยิ้ม แล้วสั่นศีรษะ “ไม่! หมิงเยวี่ยเยี่ยยังไม่ปีกกล้าขาแข็งหากสนับสนุนนาง ผลประโยชน์ที่เราจะได้รับคงมีจำกัด และรอจนนางกุม
?”หลินเชียนย้อนถาม
“ไม่ เราจะสนับสนุนฝ่ายที่สามขึ้นมา” เฉาซิงดวงตาทอประกายเจิดจ้า “มีแต่สามฝ่ายต่อสู้กัน จึงจะเข้าสู่สภาวะสมดุล ทั้งยังสามารถกลายเป็นศึกยืดเยื้อไม่รู้จบ ยิ่งไปกว่านั้นทั้งหัวหน้าผู้อาวุโสและหมิงเยวี่ยเยี่ยจะต้องแก