าไร้รูปอย่างรวดเร็วพวกมันหันไปให้ความสนใจกับพลังเทพที่ถือกำเนิดจากพลังปราณแทนคนเหล่านี้ในฐานะซิวเจ่อ ย่อมคุ้นเคยกับพลังปราณเป็นที่สุด พลังเทพที่ใช้พลังปราณเป็นรากฐานจึงเหมาะสมพอดีกับความต้องการของพวกมัน ไมว่าพลังเทพเมฆาไร้รูปจะเลิศล้าสักปานใด พวกมันได้แต่ใช้เป็นตัวอย่างสำหรับอ้างอิงเท่านั้น
เคล็ดวิชาฝึกปรือพลังเทพขั้นพื้นฐานของคุนหลุนและเทียนหวนจึงแพร่กระจายออกไปด้วยประการฉะนี้เอง เคล็ดวิชาพื้นฐานเหล่านี้อาจไม่เพียงพอที่จะช่วยให้ผู้คนบรรลุถึงพลังเทพ แต่ยังคงมอบแนวคิดแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ให้แก่สำนักอื่น ช่วยให้พวกมันเข้าใจถึงเส้นทางที่พวกมันควรพัฒนารุดหน้าไป วิถีทางของคุนหลุนและเทียนหวนแผ้วถางเส้นทางที่พวกมันปรารถนา
ความจริงหลังจากนั้นยังพิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดแจ้ง ว่าชนชั้นอัจฉริยะมิได้มีอยู่แต่ในสำนักใหญ่เท่านั้น
เหล่าอัจฉริยบุรุษแห่งสำนักต่าง ๆ พากันปิดด่านฝึกตนกันพร้อมหน้าเพื่อคิดค้นพลังเทพของสำนักพวกมันเอง
ในช่วงเวลานี้เอง พลังเทพทุกชนิดถูกคิดค้นออกมาไม่เว้นแต่ละวันพวกมันส่วนใหญ่กระทั่งชั้นที่สองตามกฏเกณฑ์ของผูเยายังไม่อาจบรรลุถึงได้ แต่ในหมู่พลังเทพเหล่านั้น ยังปรากฏพลังเทพมากมายที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนผู้ใด
สำหรับผู้คนทั้งหลาย พลังเทพไม่ใช่ความลี้ลับที่อยู่ไกลเกินเอื้อมอีกต่อไป
ในขณะที่พลังเทพยังคงพัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง ความแตกต่างระหว่างบรรดาสำนักชั้นนำต่าง ๆ ก็ยิ่งลดน้อยลงอย่