ราตรีนั้นมืดมิดดุจหมึก เมฆหนาบดบังจันทรา ผู้คนแม้กางมืออยู่เบื้องหน้ายังมองไม่เห็นนิ้วมือตัวเอง
ที่จุดสูงสุดบนยอดเขาหลักของวัดเสวียนคง มีเงาร่างพร่ามัวสายหนึ่งยืนทอดตามองเบื้องล่างอย่างเงียบงัน
ลมยอดเขากระโชกแรง เป่าจนผ้าคลุมของเปี๋ยหานโบกสะบัดเป็นเสียงดังในกระแสลม ใบหน้ายะเยียบเย็นชาของมันยามนี้ทอแววซับซ้อนด้วยอารมณ์ความรู้สึก ต้นไม้ใบหญ้าทุกต้นบนยอดเขาแห่งนี้มันล้วนคุ้นเคยเป็นอย่างดี เป็นสถานที่แห่งนี้ที่มันเติบใหญ่ ร่าเรียนฝึกฝนเพื่อที่จะเป็นแม่ทัพบัญชาการศึก ถูกกักตัวเป็นเชลยและถูกหยามอัปยศ ในใจอัดแน่นไปด้วยความเคียดแค้นชิงชังต่อสถานที่นี้ ในยามหลับฝันนับครั้งไม่ถ้วน เป็นมันจุดไฟกองใหญ่ด้วยมือตัวเอง เผาผลาญสถานที่ผีสางนี้จนมอดไหม้เป็นเถ้าถ่าน
แต่เมื่อวันนี้มาถึงเข้าจริง ๆ เมื่อมันย่าเท้าลงบนยอดเขาหลักของวัดเสวียนคงอีกหน เมื่อภาพที่มันฝันถึงมาชั่วชีวิตกลับกลายเป็นจริง การแก้แค้นของมันกลับไม่ได้ทำให้มันรู้สึกพึงพอใจอย่างที่คิด แต่ยามเมื่อทอดตามองสถานที่อันคุ้นเคยภายใต้ม่านรัตตากาลมืดมิดสนิทใจ กลับเป็นอารมณ์ที่ผสมปนเปจนไม่อาจบ่งบอกบรรยายได้ชนิดหนึ่ง
ไม่มีผู้ใดสามารถช่วยเหลือวัดเสวียนคงได้อีก ต่อให้เจียงเจ๋อฟื้นกลับมาจากความตาย ก็ไม่มีปัญญาพลิกฟื้นความล่มสลายของวัดเสวียนคง
เปี๋ยหานและกงซุนชาเชื่อว่าคุนหลุนจะลงมือโดยเร็ว ดังนั้นเกิดความคิดอันอุกอาจและบ้าบิ่นประการหนึ่ง ความแหลมคม หม