่อมข้าแล้ว ข้าไหนเลยจะไม่ล่วงรู้ว่าภายนอกนั้นไม่ปลอดภัย ทว่าต่อให้อยู่ในเมือง หากเกิดเรื่องขึ้น หรือว่าเจ้าช่วยปกป้องข้าได้?”
“ที่นี่ค่อนข้างปลอดภัย… …” อี้อันตะกุกตะกัก
“ค่อนข้างปลอดภัย?” จั่วม่อหัวร่ออย่างเย็นชา “หากจอมปิศาจด่านไสว้มาถึง ยังจะปลอดภัยอยู่หรือไม่? แล้วหากเป็นจอมปิศาจด่านไสว้สองคนเล่า? หรือสาม? รู้หรือไม่ในเมืองเวลานี้มีจอมปิศาจด่านไสว้อย่างน้อยห้าคน!”
อี้อันหลั่งเหงื่อเย็นเยียบ ไม่นึกถึงการโต้แย้งใดๆ อีกจั่วม่อโบกมือ กล่าวเบา ๆ ว่า “นี่ไม่ได้จะตำหนิเจ้า เพียงแต่ข้าต้องพิจารณาในกรณีที่เลวร้ายที่สุด ละแวกนี้มีสถานที่ที่ตรงกับความต้องการของข้าหรือไม่?”
อี้อันไม่โต้แย้งอันใดอีก ปรมาจารย์ในเมื่อล่วงรู้ดีอยู่แล้ว แสดงว่าจะต้องมีไพ่ตายที่อี้อันไม่ทราบซ่อนเอาไว้อย่างแน่นอน มันขบคิดชั่วครู่จากนั้นดวงตาเป็นประกาย “ห่างจากเมืองปู้โจวไปทางตะวันตกเฉียงเหนือราวเจ็ดร้อยลี้ มีสถานที่แห่งหนึ่งเรียกว่าเนินสุสานภูต มีแม่น้า ภูเขาและไฟพิภพ แต่ว่าสถานที่นั้นอัดแน่นไปด้วยพลังหยิน มักมีวิญญาณภูตปรากฏขึ้นอยู่บ่อยครั้ง เป็นสถานที่รกร้างที่ไม่มีผู้ใดอยากย่างกรายเข้าไป”
จั่วม่อพอฟังก็ไม่รีรอลังเล “เช่นนั้นเราจะไปที่เนินสุสานภูต!”
อี้อันกัดฟันพยักหน้ารับ “ท่านปรมาจารย์โปรดรอสักครู่”
เพียงชั่วเวลาไม่นานหลังจากนั้น เหล่าผู้คุ้มกันยอดฝีมือแห่งศาลาสมบัติหายากก็มารวมตัวกันพร้อมหน้า จั่วม่อกวาดตามอ