ยกลางคนสายตาร้อนแรง รีบกล่าวอย่างอดรนทนไม่ได้ “ท่านปรมาจารย์ ของสิ่งนี้ไม่ทราบว่าตั้งราคาไว้เท่าใด โปรดบ่งบอกมาเถอะ ยุทธภัณฑ์มารชุดนี้… …”
จั่วม่อโบกมือ “ไม่ต้องกล่าวอีกแล้ว ข้าจะไม่ขายยุทธภัณฑ์มารชิ้นนี้”
แม้ว่าจะคาดเดาคำตอบไว้ล่วงหน้า พ่อบ้านปิศาจวัยกลางคนยังอดผิดหวังอยู่บ้างไม่ได้ แต่มันรีบปรับอารมณ์อย่างรวดเร็ว กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “เช่นนั้นท่านปรมาจารย์โปรดประทานนามเถิด เหลือแต่สิ่งนี้แล้วที่ยังไม่มีชื่อของมัน”
“ของสิ่งนี้แปลกประหลาดอยู่บ้าง” จั่วม่อขบคิดอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะกล่าว “เช่นนั้นเรียกมันว่า ‘อาภรณ์ทูตสวรรค์’ เถอะ”
“นามอันประเสริฐ!” พ่อบ้านปิศาจวัยกลางคนโห่ร้องชมเชย แต่สีหน้าแปลกพิกลอยู่บ้าง
จั่วม่อเหลือบมองพ่อบ้านปิศาจแห่งศาลาสมบัติหายากผู้นี้แวบหนึ่งคราครั้งนี้ผู้อื่นกระทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยสนับสนุนมัน แม้ว่าจะมีเหตุผลเคลือบแฝง แต่ในยามนี้ก็เป็นที่ชัดเจนว่าพวกมันเป็นพันธมิตรอันแน่นแฟ้น จึงกล่าวว่า “เจ้าเลือกหนึ่งในสี่ศาสตรามารปฐพีเถอะ ที่หลงเหลืออีกสามให้นำไปแลกเปลี่ยนกับหญ้าไหมย้อนเงาคืนวิญญาณให้แก่ข้า”
พ่อค้าปิศาจวัยกลางคนสีหน้าปลาบปลื้มยินดี รีบกล่าว “ข้าเลือก ‘ตัวเหลือบสีน้าเงิน’!”
จั่วม่อยิ้มพลางกล่าว “เจ้ามีสายตาไม่เลว”
‘ตัวเหลือบสีน้าเงิน’ อาวุธยาวเพียงหนึ่งเดียวในบรรดาศาสตรามารปฐพีทั้งสี่ ศาสตรามารปฐพีทั้งสี่ชุดนี้มีคุณลักษณะพิเศษที่ไม่มีผู้ใดเสมอเหมือน นั่นคื