ือกก่อนสองชิ้นโดยไม่ต้องควักกระเป๋าอีก”
พ่อบ้านปิศาจวัยกลางคนแย้มยิ้มสว่างจ้า “ขอบคุณท่านปรมาจารย์ขอบคุณท่านปรมาจารย์!”
วัตถุดิบเหล่านั้นศาลาสมบัติหายากเฝ้าสั่งสมมานานปี เมื่อส่งมอบออกไปมันมิใช่ว่าไม่เจ็บปวดใจ แต่หากใช้สิ่งเหล่านี้เพื่อแลกกับการสานไมตรีต่อจักรพรรดิแห่งศาสตรามารผู้มีฝีมือเลิศล้าที่สุด ก็นับเป็นการค้าที่ทำกำไรอย่างงามแล้ว แต่มันนึกไม่ถึงว่าปรมาจารย์เซียวอวิ๋นไห่จะถึงกับรับปากมอบศาสตรามารปฐพีให้แก่มันอีกสองชิ้น หากเป็นศาสตรามารปฐพีสองชิ้น ก็มีค่ามากพอที่จะแลกเปลี่ยนกับวัตถุดิบเหล่านั้นได้อย่างสมน้าสมเนื้อแล้ว!
จั่วม่อยิ้มพลางกล่าว “ต่อไปหากข้ามีเรื่องรบกวนศาลาสมบัติของเจ้าอี้เหล่าป่านโปรดดูแลข้าด้วย”
จั่วม่อเพิ่งได้ทราบนามของพ่อบ้านปิศาจวัยกลางคนเมื่อไม่นานมานี้มันเรียกว่าอี้อัน
อี้อันรีบกล่าวถ่อมตน “ท่านปรมาจารย์เกรงใจเกินไปแล้ว! ชื่อเสียงของท่านปรมาจารย์ยามนี้เจิดจรัสดุจอาทิตย์ยามเที่ยงวัน ไม่มีผู้ใดกล้ารังควานท่านอีกแล้ว!”
วาจาของอี้อันย่อมแฝงความนัย มันเคยเห็นท่าทีที่ตระกูลทังปฏิบัติต่อจั่วม่ออย่างชัดเจน แต่ด้วยชื่อเสียงของปรมาจารย์เซียวอวิ๋นไห่ในวันนี้ตระกูลทังไหนเลยจะกล้าปฏิบัติต่อมันเช่นเดิมอีก ต่อให้ประมุขตระกูลทังจะเป็นจอมปิศาจด่านไสว้ผู้หนึ่ง แต่ทังเฉินบัดนี้ไหนเลยจะกล้าวางอำนาจบาตรใหญ่อันใด
นี่คือศักดิ์ฐานะของจั่วม่อในปัจจุบัน!
จั่วม่อยิ้มอย่างไม่ถือสาหาควา