ังปิศาจโหมซัดลงมาดุจลมคลุ้มฝนคลั่ง มิหนำซ้ายังปรากฏลวดลายค่ายกลยันต์อันซับซ้อนจำนวนมากปะปนอยู่ด้วย
ในศาสตรามารเล่มสุดท้ายนี้ มันโหมกระหน่าแผนผังปิศาจและค่ายกลยันต์ไม่หยุดมือเป็นเวลากว่าหนึ่งชั่วยามเต็ม ราวกับว่าคิดระบายโทสะทั้งมวลลงไปในกลุ่มแสงดวงนี้
กลุ่มแสงทั้งห้าสั่นไหวไม่หยุดยั้ง กรงเล็บพิฆาตมังกรกลายเป็นเรียบๆ ร้อย ๆ ทหารยันต์ทองคำดำก็เงียบกริบ
รอจนกระแสเย็นเยือกและเพลิงพิภพปริมาณมหาศาลอย่างน่าตระหนกไหลบ่าเข้าไปในกลุ่มแสงดวงสุดท้ายจนหมดสิ้น กลุ่มแสงก็สั่นไหวอย่างรุนแรง ราวกับว่าจะแตกระเบิดได้ทุกเมื่อ
ถึงตอนนี้จั่วม่อพลันได้สติรู้สึกตัวอย่างเต็มที่ ฟื้นคืนความสงบเยือกเย็นดังเดิม แทบสะดุ้งสุดตัวอย่างขวัญหนีดีฝ่อ
กลุ่มแสงดวงสุดท้ายโหญ่โตกว่ากลุ่มแสงอื่น ๆ เป็นเท่าตัว เหมือนลูกโป่งที่อัดแน่นเกินไป
จั่วม่อรู้สึกหนังศีรษะชาซ่านขึ้นมาทันที!
หากว่าเจ้าตัวโตนี้เกิดระเบิดขึ้นมา… …
เพียงนึกดูก็ตัวสั่นสะท้าน มันพอเห็นถนัดชัดตา ก็รีบหยุดมือทันควัน
เหล่าตัวอ่อนศาสตรามารภายในกลุ่มแสงทั้งห้าดูคล้ายกลุ่มก้อนโลหะหลอมเหลวห้ากลุ่ม พวกมันเริ่มก่อตัวเป็นรูปทรง จั่วม่อเบิกตามองอย่างจดจ่อ ไม่กล้าพลาดรายละเอียดใดไป การได้ชมดูขั้นตอนเจริญเติบโตของตัวอ่อนเหล่านี้สมควรเป็นประโยชน์ต่อมันนับอเนกอนันต์
ศาสตรามารสามประสาน กระบี่ ดาบและโล่รวมเป็นหนึ่ง หอกสีโลหิตที่มีพู่หอกเป็นน้าแข็งสีเงิน กงจักรตะวันจันทรา แ