องห่วง ผู้หลานล่วงรู้ความสำคัญเป็นอย่างดี จะไม่ปริปากบอกผู้ใดแม้สักครึ่งคำ”
ทังเฉินพยักหน้า “เอาเถอะ ข้ารั้งตัวเจ้าไว้สนทนานานพอดูแล้ว อย่าปล่อยให้กงจู่น้อยของเทียนหวนต้องรอนานเกินไป”
แตกต่างจากผู้อื่นซึ่งเฝ้ารอดูเซียวอวิ๋นไห่เป็นที่หัวร่อเยาะของผู้คนทั้งแผ่นดิน ชิงฮวาเสวี่ยกลับเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นในตัวมันโดยไม่มีข้อกังขา มีเพียงนางที่ล่วงรู้ว่าเซียวอวิ๋นไห่ก็คือเซี่ยวม่อเกอ อาศัยความเข้าใจที่นางมีต่อเซี่ยวม่อเกอ หากเซี่ยวม่อเกอกล้าประกาศอย่างโจ่งแจ้ง ย่อมหมายความว่ามันมีความมั่นใจอย่างเปี่ยมล้น
เมื่อกลับจากงานเลี้ยง ชิงฮวาเสวี่ยสงบใจลงอย่างสมบูรณ์ จมอยู่ในห้วงภวังค์ความคิดของตน
บัดนี้นางพบเซี่ยวม่อเกอแล้ว เช่นนั้นสมควรทำอย่างไรต่อไป?
หาทางเข้าใกล้มันเช่นนั้นหรือ?
แต่จะพาตัวเข้าใกล้มันด้วยวิธีใดกันเล่า?
ชิงฮวาเสวี่ยรู้สึกอับจนปัญญาอยู่บ้าง
… …
แต่สิ่งที่ไม่มีผู้ใดคาดคิด เซียวอวิ๋นไห่ผู้ซึ่งประกาศก้องว่าจะใช้ศาสตรามารปฐพีเล่มหนึ่งแลกกับต้นหญ้าไหมย้อนเงาคืนวิญญาณต้นหนึ่งยามนี้กำลังประสบปัญหายุ่งยากใจด้วยเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลยแม้แต่น้อย
สตรีที่ดูธรรมดาสามัญนางนั้น กลับให้ความรู้สึกรู้จักมักคุ้นแก่มันอย่างน่าประหลาด
จั่วม่อเชื่อมั่นในประสาทสัมผัสของตนอย่างแน่นแฟ้น มันล่วงรู้ว่าความรู้สึกคุ้นเคยที่น่าประหลาดนี้จะไม่ปรากฏขึ้นโดยไร้สาเหตุ
มันต้องเคยมีส่วนเกี่ยวพันกับสตรีนางนี้อย่