มาเป็นเวลานาน ตระกูลจี้หวังว่าจะใช้การแต่งงานระหว่างตระกูลกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองตระกูลให้แน่นแฟ้นกว่าเดิม
เมื่อบุตรชายของตี๋ไสว้มาถึง ทำให้มันสูดได้กลิ่นอายของความแปลกประหลาดทันที
ในขณะเดียวกัน นายน้อยตระกูลจี้ยังคงจ้องมองปรมาจารย์เซียวอวิ๋นไห่ด้วยสายตาอาฆาตแค้น
อาเหิงเมื่อรู้สึกตัว พลันสังเกตเห็นสีหน้าของนายน้อยของมัน อดขมวดคิ้วนิ่วหน้าไม่ได้ ซือกงจื้อที่เพิ่งมาถึงหล่อเหลาสง่างาม ทั้งยังมีความสำเร็จสูงล้า เทียบกันแล้วนายน้อยของตระกูลพวกมันแทบไม่อาจพบหน้าผู้คน อาเหิงลอบสั่นศีรษะอย่างจนปัญญาอยู่บ้าง
ปรมาจารย์เซียวอวิ๋นไห่ยามนี้เป็นอาคันตุกะผู้ทรงเกียรติของตระกูลทัง ตระกูลทังมีแต่จะพิทักษ์มันประหนึ่งสมบัติล้าค่า พวกมันไม่มีโอกาสลงมืออีกแม้แต่น้อย อย่าแต่ว่าพวกมันปรารถนาจะเพาะสร้างพันธมิตรกับตระกูลทัง ต่อให้พวกมันไม่ไว้หน้าตระกูลทัง แต่หากคิดลงมือต่ออาคันตุกะผู้สูงส่งของตระกูลทังในเมืองปู้โจว เท่ากับแส่หาที่ตายเท่านั้น
มันตักเตือนด้วยสุ้มเสียงเครียดขรึม “นายน้อย ท่านอย่าได้หุนหันพลันแล่นเป็นอันขาด!”
“เช่นนั้นจะปล่อยให้จบเรื่องลงเพียงเท่านี้หรือ?” นายน้อยตระกูลจี้เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน สุ้มเสียงคล้ายตะโกนออกมาจากความแค้นที่อัดแน่นในอก
อาเหิงกล่าวอย่างเย็นชา “หากนายน้อยล่วงเกินตระกูลทัง นายท่านต้องไม่ยินดีแน่”
นายน้อยตระกูลจี้หน้าเผือดสี เมื่อนึกถึงโทสะของผู้เป็นบิดา พลันรู้สึกความเย