ยกลยันต์ของเซี่ยวม่อเกอก็นับว่าน่าแตกตื่นสะท้านโลกแล้ว!
แต่ไม่ว่าจะเป็นทางใด ก็ล้วนแล้วแต่ไม่ใช่ลางดีสำหรับพวกมันแน่
ทว่าในยามนี้ไหนเลยจะใช่เวลามาไตร่ตรองข้อปลีกย่อยเหล่านี้ การหลบหนีออกจากหลุมพรางกับดักจึงจะเป็นสิ่งสำคัญมากที่สุด
สามผู้อาวุโสระเบิดแสงเจิดจ้าออกจากร่างอย่างพร้อมเพรียง หนึ่งในสามปรากฏอักขระพระสูตรเปล่งประกายรายล้อมทั่วร่าง อักขระพระสูตรเหล่านั้นพลันแปรเปลี่ยนเป็นกงล้อแสงวงหนึ่งที่กลางอากาศ พุ่งจู่โจมเข้าหาค่ายกลยันต์อย่างหักโหม!
สมณะเฒ่าอีกผู้หนึ่งปรากฏดอกบัวทองขึ้นที่ใต้ฝ่าเท้า เพียงชั่วพริบตาเดียว ดอกบัวทองนับไม่ถ้วนก็ผุดขึ้นจากพื้นดินอย่างพรักพร้อมแผ่ขยายกว้างออกไปด้วยความเร็วอันน่าตระหนก เมื่อดอกบัวทองเหล่านั้นสัมผัสถูกม่านแสงของค่ายกลยันต์ พลันเริ่มเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว เลื้อยปราดไปตามชั้นม่านแสงอย่างพิสดาร
ผู้อาวุโสคนสุดท้ายซัดสร้อยประคำสีอำพันออกมาพวงหนึ่ง สร้อยประคำพอตกกระทบพื้น พลันแปรเปลี่ยนเป็นพระพุทธรูปแปดองค์ แต่ละองค์สูงแปดจั้ง สีหน้าท่าทีผิดแผกแตกต่าง รายล้อมรอบกายมันเป็นวงกลมจากนั้นพระพุทธรูปสามองค์บุกจู่โจมไปเบื้องหน้า
ภายในชั่วพริบตาเดียว สามผู้อาวุโสล้วนงัดทุกอย่างออกมาใช้โดยไม่ออมรั้ง ด้วยหวังว่าพวกมันจะสามารถบุกฝ่าออกจากค่ายกลยันต์โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
จั่วม่อเองก็ทราบดีว่าค่ายกลยันต์ชุดนี้คงไม่อาจทนรับการโจมตีของสามผู้อาวุโสได้
ค่ายกลยัน