หลียนเอ๋อร์จะร้องขอเช่นนี้ สำหรับปิศาจเที่ยงแท้ตนหนึ่ง การร่าเรียนเวทวิชาหรือศาสตร์อสูรตั้งแต่แรกเริ่มเรียกได้ว่าเป็นเรื่องยากเย็นแสนเข็ญประการหนึ่ง
มันมองดูเขิงเหลียนเอ๋อร์อย่างอัศจรรย์ใจอยู่บ้าง “หากเริ่มตั้งแต่ต้นเกรงว่าจะยากลำบากไม่น้อย”
เขิงเหลียนเอ๋อร์แย้มยิ้ม” อย่างน้อยที่สุด คงไม่ยากเท่ากับการฝึกปรือพลังเทพกระมัง”
จั่วม่ออับจนถ้อยคำ ใช่แล้ว ถูกของนาง การฝึกปรือพลังทั้งสามไหนเลยจะยากเย็นแสนเข็ญเท่ากับฝึกปรือพลังเทพ แต่จะอย่างไรมันก็ไม่ปฏิเสธนางอยู่แล้ว หลังจากขบคิดอยู่ชั่วครู่ ค่อยล้วงม้วนหยกออกมาสองม้วน “สังขารปิศาจของเจ้าดีเลิศไม่น้อย ‘เวทวิชากระดูกหยก’ นี้ ใช้พลังปราณขัดเกลากระดูก จะมีส่วนช่วยต่อสังขารปิศาจของเจ้า ส่วน ‘ศาสตร์บูชายัญกระดูกคุกโลกันตร์’ ก็เหมาะสมกับเจ้าเช่นกัน เจ้าสมควรทดลองฝึกปรือจากสองวิชานี้ก่อน”
ก่อนหน้านี้ผูเยามอบศาสตร์อสูรและเวทวิชาทั้งหมดที่เก็บสะสมเอาไว้ให้แก่จั่วม่อ ส่วนจู่เหยินคนก่อนของเว่ย ก็เป็นยอดยุทธ์ที่คลั่งไคล้การต่อสู้ นางเที่ยวท้าประลองกับผู้คนนับไม่ถ้วนตั้งแต่ยังเยาว์วัย ส่งผลให้เว่ยเองก็กลับกลายเป็นมีความรู้ความเข้าใจในทักษะปิศาจอย่างลึกล้าและเช่นเดียวกันกับผูเยา ทักษะปิศาจร้อยชนิดพันประเภทที่มันถือครองเว่ยไม่ได้สงวนสิ่งใดไว้อีกเลย
เหล่ายอดวิชาที่สามารถดึงดูดความสนใจจากผูเยากับเว่ยได้ ย่อมมิใช่ธรรมดาสามัญ นอกเหนือจากช่วงเวลาที่ใช้ในการฝึ