จดสดใส ใบหน้าสวยสะคราญแฝงแววหวานละมุน ขนตายาวหนาเป็นแพ วงหน้าน้อย ๆ นั้นขาวซีดอยู่บ้าง ทว่าไม่โศกศัลย์ไม่เจ็บปวด นางเพียงนั่งเงียบ ๆ ตามลำพังมีเพียงริมฝีปากซึ่งเม้มเล็กน้อยเท่านั้น ที่บันดาลให้ผู้คนรู้สึกถึงความแน่วแน่เด็ดเดี่ยวซึ่งไม่มีผู้ใดเทียบเทียมของนาง
จั่วม่อคล้ายถูกอัสนีบาตฟาดทลาย สะอึกอึ้งตะลึงงันอยู่กับที่!
เศษเสี้ยวความทรงจำผุดขึ้นในใจมันอีกครั้ง เงาร่างแบบบางที่แบกมันไว้บนแผ่นหลังของนาง พลางวิ่งหลบหนีอย่างไม่หยุดยั้ง คล้ายจะกลายเป็นแจ่มชัดขึ้นมาทันควัน
เสียงลมหายใจที่ตื่นตระหนกของดรุณีน้อยวัยกำดัด ฝีเท้าที่ร้อนรนของนาง ถาโถมเข้ามาในใจของจั่วม่อไม่ขาดสาย
อากุ่ย!
นางก็คืออากุ่ย!
“อากุ่ย! อากุ่ย!” จั่วม่อแผดร้องเรียกด้วยเรี่ยวแรงกำลังทั้งหมดที่มี
ทว่าดรุณีน้อยภายใต้โซ่สีม่วงมิได้ตอบสนองแม้แต่น้อย
“ไม่มีประโยชน์” เว่ยกล่าวอย่างฉับพลัน สุ้มเสียงแฝงแววประหลาดพิกลอยู่บ้าง
“เว่ย! สิ่งนี้คืออะไร? นางเป็นอะไรไป?” จั่วม่อผู้คล้ายเด็กน้อยหลงทาง ราวกับพบพานคนรู้จักมักคุ้น รีบร้องขอความช่วยเหลือจากเว่ยอย่างน่าสังเวช
บนใบหน้าของเว่ยกลับเผยแววโศกสลดที่ยากจะพบพาน “นี่คือทัณฑ์เทวะมิดับสูญ”
“ทัณฑ์เทวะมิดับสูญ?” จั่วม่อสะท้านขึ้นทั้งร่าง มิทราบเพราะเหตุใดหัวใจมันจู่ ๆ ก็ปวดร้าวสุดทานทน
“เป็นทัณฑ์เทพที่โหดร้ายทารุณที่สุด” เว่ยสุ้มเสียงเต็มไปด้วยความโศกสลด “จิตใจและดวงวิญญาณของผู้ต้องทัณฑ์จะ