เบิดออกมาอย่างรุนแรง โลหิตในกายเดือดปะทุ ความเจ็บปวดแผดเผาแผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่าง
เว่ยทอดถอนใจเบา ๆ “เป็นตัวนางเอง”
ราวกับว่าถูกน้าเย็นเฉียบทั้งถังราดรดศีรษะ จั่วม่อตัวแข็งทื่อเหมือนถูกสาป
“บนร่างของนางไม่มีเปลวไฟแห่งความเคียดแค้นชิงชัง หากนางมิได้เต็มใจ การติดอยู่ในความเวิ้งว้างว่างเปล่าอันไร้ที่สิ้นสุดจะก่อเกิดเพลิงแห่งความแค้นในใจนาง เปลวเพลิงแห่งความแค้นแม้มิได้ทำลายดวงวิญญาณของนาง แต่จะบันดาลให้นางเจ็บปวดแสนสาหัสมิรู้จักจบสิ้น” เว่ยทอดตามองดรุณีน้อยที่นั่งโดดเดี่ยวเดียวดายอยู่ท่ามกลางสายโซ่หยาบหนา กล่าวพลางทอดถอนใจ “โซ่สีม่วงทั้งเจ็ดนั้นก็คือพลังเทพมิดับสูญ”
เป็นตัวนางเอง … …เป็นนางเอง… …
จั่วม่อมิอาจได้ยินสิ่งใดอีกต่อไป ในใจมันอัดแน่นไปด้วยประโยคนี้
เงาของป่าทึบ สองเท้าเปล่าที่เหยียบย่าไปตามพื้นโคลน ไหล่บอบบางที่สั่นสะท้านของดรุณีน้อย เสียงหายใจหนัก ๆ แต่แน่วแน่มั่นคง เสียงร้องอย่างตื่นตระหนก… …
ในม่านสายตาของจั่วม่อเอ่อท้นไปด้วยน้าตา
เปี๋ยหานล่าถอยกลับมายังถ้าที่ซ่อนตัวอย่างเงียบเชียบ
อาณาจักรขุนเขายะเยือกมีการป้องกันอย่างแน่นหนา แต่เนื่องเพราะเป็นแนวหลัง เปี๋ยหานยังคงพบช่องโหว่หลายแห่ง
ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าเปี๋ยหานจะลอบเข้าไปในอาณาจักรขุนเขายะเยือกซึ่งมีการป้องกันอย่างแน่นแน่น เนื่องเพราะเหตุนี้เอง จดหมายยันต์ผนึกที่ใช้ติดต่อสื่อสารภายในอาณาจักรขุนเขายะเยือกจึงไม่ได้ใช้รหัสแบบพ