สุ่ยเยวี่ยกังวลใจอยู่บ้าง
มันแม้เข้าป่าล่าสัตว์ร้ายหาเลี้ยงชีพตั้งแต่ยังเยาว์วัย จิตใจถูกขัดเกลามาเป็นอย่างดี แต่ในชั่วขณะนี้ยังอดหัวใจเต้นระทึกไม่ได้
แม้ว่ามันมีพลังฝีมือสูงล้ากว่าเดิมหลายเท่าตัว แต่นี่ไม่ได้ช่วยให้มันมีความมั่นใจใด ๆ เนื่องเพราะสิ่งที่มันกำลังเผชิญคืออำนาจอิทธิพล มองไม่เห็น จับต้องไม่ได้ แต่ทรงอานุภาพยิ่ง!
“เจ้าเป็นใคร?” ยามหน้าประตูเพ่งมองมันอย่างหวาดระแวง ยามเฝ้าประตูอีกผู้หนึ่งกางมือเล็งตรงมา หากสุ่ยเยวี่ยมีท่าทีผิดสังเกตแม้แต่น้อยจะถูกรุมสังหารคาที่ในบัดดล
ยามนี้ประสบการณ์อันโชกโชนของสุ่ยเยวี่ยค่อยสำแดงออกมาอย่างเต็มที่ หัวใจที่เต้นอย่างบ้าคลั่งสงบลงทันควัน สีหน้ามันทั้งเยือกเย็นทั้งปลอดโปร่ง ยื่นมือแสดงสิ่งของชิ้นหนึ่ง “ข้ามาจากถ้าพฤกษาเงิน นี่เป็นตราสัญลักษณ์ รบกวนท่านช่วยรายงานขึ้นไป”
ยามเฝ้าประตูเพ่งพิศสุ่ยเยวี่ยด้วยสายตากังขา แต่ไม่ว่าจะมองอย่างไร บนใบหน้าสงบเยือกเย็นและอ่อนละมุนของสุ่ยเยวี่ยก็ไม่มีร่องรอยโป้ปดมดเท็จให้ตรวจพบแม้แต่น้อย มันยื่นมือรับตราสัญลักษณ์ไปตรวจดูเมื่อไม่เห็นมีสิ่งใดผิดปกติหรือเป็นอันตราย ค่อยพยักหน้าให้สุ่ยเยวี่ย “รออยู่ตรงนี้สักครู่”
กล่าวจบคำ ยามเฝ้าประตูผู้นั้นหันไปมองสหายแวบหนึ่ง จากนั้นหมุนตัวเข้าไปยังห้องด้านใน
สุ่ยเยวี่ยในใจลอบตึงเครียดแทบตาย มันรู้แน่แก่ใจว่าสิ่งที่เรียกว่าตราสัญลักษณ์ถ้าพฤกษาเงินอะไรนั่น แท้ที่จริงเป็นเพีย