ว “ทำให้ดีที่สุดก็แล้วกัน”
แค่รอจนเหล่าผู้อาวุโสจากสำนักเดินทางมาสมทบ ต่อให้เซี่ยวม่อเกอสามารถหลบหนีไปถึงสุดขอบโลก ยังไม่มีทางหนีพ้นไปจากพวกมันได้
ในเวลานี้เอง เห็นหมู่เมฆดำกว้างไพศาลรวมตัวกันอยู่ในที่ห่างไกลดึงดูดความสนใจของพวกมันทันควัน
“หรือว่ามีคนหลอมสร้างอาวุธเวท?” ไต้เทามองดูหมู่เมฆสีหมึกในระยะไกล รวมถึงประกายสายฟ้าที่แลบลั่นจากภายในด้วยความประหลาดใจ เมื่อกอรปด้วยพลังสภาวะสะท้านฟ้าสะเทือนดินเช่นนี้ หมายความว่าอาวุธเวทที่กำลังถือกำเนิดขึ้นจะต้องเป็นของวิเศษในแดนดินชิ้นหนึ่ง
จี้เจิ้งเงยหน้าขึ้นมอง แล้วโพล่งออกมาอย่างฉับพลัน “เป็นพวกมัน!”
เมื่อเคยประมือกับจั่วม่อมารอบหนึ่ง จี้เจิ้งสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายสภาวะอันคุ้นเคยในบัดดล
มิหนำซ้าทิศทางที่มวลเมฆกำลังก่อตัว ดูเหมือนจะเป็นทางเดียวกันกับที่เซี่ยวม่อเกอกับพวกหลบหนีไป
“เจ้าเด็กผู้นี้ขวัญกล้าบังอาจนัก!” ไต้เทาบันดาลโทสะขึ้นมา มันนึกไม่ถึงว่าเซี่ยวม่อเกอไม่เพียงไม่ฉวยโอกาสหลบหนีไปให้ไกลสุดหล้าฟ้าเขียว แต่ถึงกับมีอารมณ์หลอมสร้างอาวุธเวทอยู่ไม่ไกลจากพวกมันนัก!
บังอาจ!
ช่างบังอาจนัก!
ไต้เทาพิโรธโกรธกริ้วจนหนวดกระดิก บุรุษหนุ่มที่โอหังถือดีถึงเพียงนี้มันเพิ่งจะเคยพบพานเป็นครั้งแรก ถูกสองฝ่านซูไล่เข่นฆ่าเอาชีวิต มันแทนที่จะพยายามหลบหลีไปให้ไกลแสนไกล กลับหยุดพักหลอมสร้างอาวุธเวทอย่างเปิดเผยอยู่ไม่ไกลออกไปนัก
อาวุธเวท?
ภายใต้แรงกดดันของพลังท