นชา แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้พบจั่วม่อ ส่วนเหมียวจุนกับ ถังเฟยก็เลือกที่จะนิ่งเงียบเอาไว้ก่อน มีเพียงเปี๋ยหานที่ไม่คิดระมัดระวังตัว อันใด
อาซาเก๋อแตกตื่นจนขวัญหนีดีฝ่อ เผ่าปิศาจแม้ชมชอบการฆ่าฟัน แต่ มันไม่เคยพบเห็นผู้ที่ไม่สนใจชีวิตคนเช่นนี้มาก่อน เหมียวจุนม่านตาหด แคบลง ถังเฟยสีหน้ากลายเป็นโกรธขึ้ง นางเป็นบุคคลยึดถือคุณธรรมผู้ หนึ่งไม่ค่อยชมชอบเบี๋ยหานซึ่งมีพฤติการณ์โหดเหี้ยมอำมหิตสักเท่าใด
ก่อนที่ถังเฟยจะโต้แย้ง จั่วม่อชิงสั่นศีรษะพลางกล่าว “ทำเช่นนั้นใน ยามนี้เกรงว่าจะไม่เหมาะสมนัก”
จั่วม่อมิใช่คนบ้าคลั่งเช่นเปี๋ยหาน แม้ว่าในการต่อสู้กับศัตรูมันจะไม่ เคยมือไม้อ่อนมาก่อน แต่การจะให้มันเข่นฆ่าเหล่าปิศาจที่มาเพียงเพราะชื่อเสียงของมันโดยไม่มีเหตุอันควร มันยังไม่อาจหักใจกระทำได้ลงคอ
กงซุนซาพลันกล่าวว่า “พวกมันในเมื่อมาหาท่าน ไฉนเราไม่เลือกเฟ้น ผู้ที่เด่นลํ้ามาจำนวนหนึ่ง เพียงแค่ต้องระวังอย่าได้ปล่อยให้สายลับปะปน เข้ามาได้ก็พอ”
จั่วม่อขบคิดตาม ถูกต้อง พวกมันในเมื่อเสนอตัวมา มันไฉนไม่ฉวย โอกาสรับตัวพวกมันเอาไว้เล่า? สำหรับเรื่องที่จะมีสายลับปะปนเข้ามาก มิใช่เรื่องที่จำเป็นต้องกังวล มีฝูเยากับเว่ยอยู่ที่นี่ เพียงมองปราดเดียวก็ ทราบว่าผู้ใดมีจิตเจตนาแอบแฝง
มันกวาดตามองไล่ไปทีละคน รอจนสายตาหยุดลงที่เหมียวจุน ค่อย ชะงักไปชั่ววูบ
ความแข็งแกร่งของเหมียวจุนย่อมไม่เป็นที่กังขา แม่ทัพบัญชาการศึก