รมอ้อยอิ่งจากท้องนภา
ทว่า อวี่ไสว้ที่มุ่งสมาธิจิตใจแทบทั้งหมดไปยังเซี่ยวม่อเกอ กลับไม่ทันสังเกตว่าแสงสีม่วงในดวงตาอากุ่ยยิ่งมายิ่งแรงกล้ามากขึ้นทุกขณะ
ไม่มีใครสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลง
ซึ่งความจริงอากุ่ยรับบาดเจ็บหนักหนาสาหัสยิ่ง ทีแรกพลังเทพของนางถูกเขตแดนหยาดพิรุณไม่หวนคืนสะกดข่มจนแทบโงหัวไม่ขึ้น จากนั้น นางยังตกอยู่ภายใต้พายุพลังที่เกิดจากการปะทะกันของกรงเล็บพิฆาต มังกรและเขตแดนสวรรค์สิบอีกา
ทว่าในเวลานี้ สีหน้าของนางกลับคล้ายบ่งบอกว่านางไม่ได้รับ ผลกระทบแม้แต่น้อย เท้าเปล่าที่ขาวผ่องปานเย้ยหิมะไม่มีฝุ่นดินแปด เปื้อนแม้สักธุลีเดียว
นางยืนนิ่งกลางอากาศราวกับเงาภูตพราย พลังสีม่วงในดวงตา หนาแน่นเข้มข้นจนแทบจับต้องได้ หากจั่วม่อเห็นเช่นนี้มันจะต้องตื่นตระหนกตกใจแสงสีม่วงในดวงตาอากุ่ยเพิ่มความลี้ลับน่าพรั่นพรึงอีกส่วน หนึ่ง พลังสภาวะหนาแน่นหนักหน่วงยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา
อากุ่ยสีหน้าเฉยชาเหมือนรูปสลัก นางเหลือบมองจั่วม่อแวบหนึ่ง ชั่วพริบตานั้นใบหน้ากระด้างเฉยชาดุจหินผาคล้ายหลอมละลายดั่งหิมะใต้แสงตะวัน
ชั่วแวบเดียวนั้นแฝงไว้ด้วยอารมณ์ความรู้สึกนับร้อยพันประการที่มี อาจบรรยายออกมา แต่เพียงชั่วแวบเดียวสีหน้านางก็กลับเป็นเฉยชาไร้อารมณ์ดุจเดิม
สองเท้าเปล่าก้าวเดินขึ้นไปบนอากาศธาตุโดยไร้สุ้มเสียง จากนั้นนาง ร่างหายวับไปในบัดดล
จั่วม่อไม่ล่วงรู้การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับอากุ่ย ยามนี้มันมุ่งเ