ความตาย!”
กล่าวจบคำ มันก็หมุนตัวจากไปด้วยสีหน้าดำทะมึน
เปี๋ยหานหรี่ตามองกองโจรตระกูลหมิงที่ยังหลงเหลืออีกสามพันคนตรงหน้ามัน ส่วนกองพันบาปเคราะห์ที่ด้านหลังยังคงไล่ล่าเก็บเกี่ยวชีวิตของสมุนกองโจรด้วยระดับความเร็วอันน่าสยดสยอง ในดวงตาหรี่แคบสาดประกายวาบ มันไม่ต่างจากพยัคฆ์ร้ายที่ถูกกังขังเอาไว้นานเกินไป การต่อสู้เพียงช่วงสั้น ๆ ที่เพิ่งจบสิ้นไป ยังไม่อาจทำให้มันพึงพอใจได้
อย่างไรก็ตาม กองโจรตระกูลหมิงที่หนีห่างออกไปพลันแล่นกลับมาอีกอย่างแตกตื่นลนลาน
“หัวหน้า! แย่แล้ว! ผิดท่าแล้ว! อวี่ไสว้! อวี่ไสว้มาแล้ว!”อวี่ไสว้!
อวี่ไสว้!
นามอันยิ่งใหญ่นี้บันดาลให้กองโจรตระกูลหมิงแตกตื่นลนลาน พร้อมกันนั้นในฝูงชนบังเกิดเสียงไชโยโห่ร้องดังอึงอล หลายคนถึงกับหลั่งน้าตาแห่งความยินดี ชื่อเสียงของอวี่ไสว้เป็นตรงกันข้ามกับกองโจรตระกูลหมิงอวี่ไสว้ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ลงมือกับประชาชนคนธรรมดาเช่นพวกมัน
จูเข่อกับพวกสีหน้าคลายใจลงเช่นกัน ตระกูลของพวกมันทั้งหลายล้วนมีสัมพันธ์อันดีกับอวี่ไสว้ ปัญหาด้านความปลอดภัยของพวกมันนับว่าคลี่คลายลงทันทีPage 11 of 12
มีเพียงเสียกงจู่ที่หน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อย นางเหลียวมองจั่วม่ออย่างหวาดวิตก
จั่วม่อสีหน้ากลายเป็นเขียวคล้าทันที ที่เจตนาดีย่อมไม่มา ผู้มาย่อมไม่มีเจตนาดี!
เขิงเหลียนเอ๋อร์ดวงตาทอประกายฆ่าฟัน เมื่อครั้งที่นางอยู่ในช่วงคับขันอันตรายของการฝ่าด่าน เป็นคนของอวี่ไสว้ผู้นี