ดวงตาสุกใสคู่นั้นร้อนแรงดั่งเปลวเพลิง ไม่ต่างจากเด็กชายข้างบ้านที่พบพานของเล่นใหม่
เหล่าแม่ทัพนายกองคึกคักขึ้นอักโข พวกมันทราบว่าการศึกที่แท้จริงกำลังจะเปิดฉากขึ้นแล้ว
“เราต้องชนะศึกครั้งนี้” แม่นางน้อยสุ้มเสียงอ่อนโยน ราวกับกำลังบรรยายถึงเรื่องดินฟ้าอากาศ แต่วาจาของมันแต่ละคำล้วนทำให้ผู้คนตัวสั่นสะท้าน ประหนึ่งบังเกิดกระแสไฟฟ้าแลบปลาบไปตามผิวหนังของพวกมัน ทุกผู้คนเผ่นผึงขึ้นยืนตัวตรงแน่ว แทบลืมหายใจ!
“ต้องชนะเท่านั้น!”
… …Page 4 of 12
นครมหาสันติที่พินาศเสียหายเต็มไปด้วยซากปรักหักพัง พื้นหินที่เคยราบเรียบงดงาม บัดนี้เต็มไปด้วยหลุมบ่อ คล้ายซากโบราณสถานแห่งหนึ่ง
ซือเยวี่ยอี้ยืนนิ่งอยู่ตรงใจกลางนครมหาสันติ แผนผังปิศาจวงหนึ่งพลันสว่างวาบที่ใต้ฝ่าเท้าของมัน ในเวลาที่กองโจรกำลังรุกคืบกดดันเข้ามาอย่างเกรี้ยวกราด ไม่มีผู้ใดทันได้สังเกตเฉิงจู่ของเมืองที่กำลังจะล่มสลายผู้นี้
ใบหน้าเหี่ยวย่นของซือเยวี่ยอี้เต็มไปด้วยความเศร้าโศกอันล้าลึก สีขาวปนเทาเริ่มไล่ขึ้นจากโคนเส้นผมไปจนสุดปลายผมทุกเส้น เพียงชั่วไม่กี่อึดใจ ผมเผ้าคิ้วเคราของมันล้วนเปลี่ยนเป็นสีขาวปนเทาอันอัปมงคล
มันไม่กล่าวคำใด แผนผังปิศาจสว่างเรืองรองอยู่ใต้ฝ่าเท้า ประดุจเถาไม้เลื้อยที่ตื่นขึ้นจากการนิทรานับร้อยปี เริ่มแผ่กระจายออกไปทุกทิศทุกทางอย่างรวดเร็ว
ในไม่ช้า ทั่วทั้งนครมหาสันติก็กลับกลายเป็นสว่างเรืองรองด้วยแผนผังปิศาจ สว่างไสวด