ินสายตาเปล่งประกาย
โฮ่กกกก!
แสงจากตัวอักษรทั้งสามยิ่งสว่างจ้า แผ่พลังมังกรรุนแรงออกมา ก่อนจะรวมตัวกลายเป็นกระแสน้ำวนสีแดงหมุนวนกลางอากาศ
“พี่ซูเฉิน ข้ารู้สึกเหมือนมีบางสิ่งกำลังเรียกข้าอยู่ในน้ำวนนั้น…”
หลินชิงชิงกล่าวเบา ๆ
“ไปกันเถอะ!”
ซูเฉินจับกระบี่พุ่งทะยานเข้าสู่น้ำวนทันที พร้อมพาหลินชิงชิง จวินจื่อหลิง และจ้าวซวี่เข้าไปด้วย
แสงสว่างจ้าฉาบเข้าตา เสียงคำรามของมังกรโบราณสะท้านเข้าในจิตวิญญาณ โลหิตในกายลุกโชน
จากนั้นภาพเบื้องหน้าค่อย ๆ ชัดขึ้น พวกเขาปรากฏตัวอยู่ภายในตำหนักโบราณที่ลึกลับโอ่อ่า
เสาหินมังกรที่สูงตระหง่านตั้งเรียงราย แกะสลักเป็นรูปมังกรเพลิงพันรอบ ดูราวกับมีชีวิต
และ ณ ใจกลางตำหนัก มีแอ่งโลหิตขนาดยักษ์ตั้งอยู่ แสงสีเลือดพวยพุ่ง ดูลี้ลับน่าหวาดหวั่น
“ทายาทของข้า… เจ้าได้มาแล้ว”
เสียงเก่าแก่เปี่ยมด้วยพลังดังก้องขึ้น
เหนือแอ่งโลหิต แสงสีแดงรวมตัวกันกลายเป็นชายวัยกลางคน ผมเงินระยับ ใส่ชุดมังกร ล้อมรอบด้วยรัศมีมังกรเพลิงคำรามโบราณ
“ท่านคือ… บรรพบุรุษของข้าหรือ?”
หลินชิงชิงถามอย่างลังเล แต่แววตานางกลับอบอุ่นราวกับสายเลือดผูกพัน
“เศษเสี้ยววิญญาณของนักบุญยุทธ์…”
ซูเฉินกล่าวพลางเบิกตา เขารู้ได้ทันทีว่าเบื้องหน้าคือเศษวิญญาณของนักบุญยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่
จวินจื่อหลิงกับจ้าวซวี่ต่างซีดเผือดด้วยแรงกดดัน เว้นเพียงหลินชิงชิงที่ดูสงบเป็นธรรมชาติ
ชายชุดมังกรเบื้องหน้านั้น มิใช่ใครอื่น…
เ