่ผู้สามารถเหยียดหยันโลกหล้า กระทั่งศิษย์จากอีกสามสำนักใหญ่ยังมีสีหน้าขาวเผือดและตึงเครียด ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่อาจละสายตาไปจากหลินเชียน เทพกระบี่ผู้ยืนหยัดอย่างอหังการอยู่กลางท้องนภา
หลินเชียนที่กลางเวหาทำทีคล้ายไม่ได้ยินคำถามของชางเยวียนฮ่าวประหนึ่งว่าอาศัยเพียงคนเหล่านี้ยังไม่คู่ควรจะทราบนามของมัน เพียงก้าวเดินลงมาทีละก้าว ทีละก้าว ราวกับว่ามีขั้นบันไดที่มองไม่เห็นรองรับอยู่ใต้ฝ่าเท้าของมัน ท่วงท่าปลอดโปร่งสง่างามดุจดั่งท่องชมทิวทัศน์ ทว่าไม่มีผู้ใดอาจหาญพอจะขวางหน้ามันอีก
ทันใดนั้นเอง เงาร่างสามสายพลันปรากฏขึ้นเบื้องหน้าหลินเชียนหยุดยั้งมิให้มันก้าวเดินต่อ
เป็นจูเข่อ เซี่ยและหญิงรับใช้วัยกลางคนของเสียกงจู่
“อา กระดูกผุ ๆ ของเราผู้เฒ่า วันนี้ดูเหมือนคงต้องได้รับความเจ็บปวดแล้ว!” จูเข่อยิ้มพลางบ่นพึมพำ
เซี่ยไม่กล่าววาจาแม้สักครึ่งคำ หอกยาวในมือสะบัดขึ้น ปลายหอกจ่อจี้ใส่หลินเชียนแต่ไกล!
หญิงรับใช้วัยกลางคนเพ่งตามองหลินเชียนด้วยสีหน้ามืดมนPage 2 of 12
ทว่าแม้มีสามสุดยอดฝีมือขวางกั้นอยู่เบื้องหน้า หลินเชียนกลับไม่ยั้งเท้าแม้แต่วูบเดียว ยังคงก้าวเดินลงมาจากฟากฟ้าด้วยท่วงท่าเฉื่อยชา ราวกับไม่เห็นคนทั้งสามอยู่ในสายตา
จั่วม่อขณะที่จมลึกลงไปใต้พื้นพสุธา สรรพเสียงด้านนอกพลันขาดหายไป ราวกับถูกม่านล่องหนปิดกั้นเอาไว้
มันเข้าสู่โลกใบใหม่อีกแห่งหนึ่ง
เห็นเส้นใยเรียวบางกึ่งโปร่งใสประสานพัวพันอยู่กลา