“มันกำลังทำอะไร?” หลันหยงพอเห็นท่าทางของจั่วม่อ อดถามออกมาไม่ได้
หลันเทียนหลงเองก็สับสนงุนงงอยู่บ้าง มันมองดูจั่วม่อที่ยืนเหม่อลอยอยู่ระหว่างหลักศิลา ต้องหลุดปากถามว่า “วันนี้มันดื่มสุรามาหรือไม่?”
“สมควรไม่กระมัง เรื่องราววันนี้สำคัญยิ่ง… …” หลันหยงสีหน้าน่าเกลียดเล็กน้อย มันพลันหวนนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากจั่วม่อดื่มสุราจนเมามายในตำหนักมหาสันติเมื่อครั้งก่อน คำพูดที่เหลือถึงกับเลือนหายไปกับสายลม
สองพี่น้องตระกูลหลันสบตากันวูบ สีหน้าแปลกพิกลไม่น้อย
เสียกงจู่ยืนอยู่ด้านหลังพวกมัน พอฟังต้องแย้มยิ้มวูบหนึ่ง จากนั้นหันไปออกคำสั่ง “บอกทุกคนให้เตรียมตัวรับมือหากเกิดเหตุเปลี่ยนแปลง”
บ่าวรับใช้ผู้หนึ่งรีบจากไปโดยไม่เอ่ยคำ
“เซี่ยวม่อเกอยังอายุเยาว์ แต่สามารถรักษาความเยือกเย็นได้ไม่เลวนับว่าหาได้ยากนัก” อวี๋ซวงอดทอดถอนชมเชยไม่ได้
เสียกงจู่ยกมือจัดแต่งเรือนผมที่ตกระบนหน้าผาก แย้มยิ้มพลางกล่าว“หากไม่สงบเยือกเย็น ไหนเลยจะล่อลวงซิวเจ่อเหล่านั้นออกมาได้ พวกมันเมื่อกล้าล่วงลึกเข้ามาตามลำพัง ชวนให้คิดตระหนักว่ามีการเตรียมการไว้เนิ่นนานเท่าใดแล้ว อาจบางทีมีพวกมันแฝงตัวอยู่ในนครมหาสันติมากยิ่งPage 1 of 12กว่าที่เราคาดคิด หากไม่ระมัดระวัง แผนการของเราคงไม่แคล้วพังพินาศแล้ว”
อวี๋ซวงยิ้มพลางกล่าว “เสียกงจู่ทรงภูมิปัญญาไร้ผู้ทัดเทียม หากเปลี่ยนเป็นข้าเอง ต้องตกหลุมพรางเป็นแน่แท้ ซือเฉิงจู่ยามนี้