ี้อยู่ฝ่ายอสูรปิศาจ มันไม่อาจสะกดกลั้นเจตนาฆ่าฟันเอาไว้ได้อีก
หากไม่รีบฆ่าทิ้งเสียแต่เนิ่น ๆ อสูรปิศาจอาจจะกล้าแข็งขึ้นในระดับที่เกินจะควบคุม
แต่รอจนมันพบเห็นเซี่ยวม่อเกอด้วยสายตาตัวเอง กลับต้องตื่นตะลึงสุดระงับPage 10 of 12
เนื่องเพราะมันบังเกิดความรู้สึกคุ้นเคยกับเซี่ยวม่อเกอผู้นี้อย่างน่าประหลาด
มันแน่ใจว่าไม่เคยพบเห็นใบหน้านี้มาก่อน แต่ความรู้สึกคุ้นเคยนี้ก็กระจ่างชัดเจนยิ่ง
มันจะต้องเคยพบปะสนทนากับเซี่ยวม่อเกอผู้นี้มาก่อนไม่ผิดแน่!
คนเมื่อพลังบำเพ็ญเพียรบรลุถึงระดับชั้นเช่นมัน ความรู้สึกที่แทบจะกลายเป็นลางสังหรณ์นี้มักจะไม่เคยผิดพลาด เจตจำนงกระบี่ของมันฝึกปรือถึงขั้นลึกล้าสุดหยั่งถึง มันทราบว่าใจกระบี่ของมันไม่เคยหลอกลวงมัน
ทว่าเมื่อคิดทบทวนอย่างถี่ถ้วน มันก็ไม่เข้าใจว่าเคยพบเห็นเซี่ยวม่อเกอมาจากที่ใด
น่าเสียดายที่ไม่มีเวลามากพอ หลินเชียนลอบทอดถอนใจ หากมันสามารถเข้าฌานสมาธิ ใจกระบี่เข้าสู่สภาพจดจ่อและกระจ่างแจ้งถึงที่สุดมันจะต้องระบุตัวตนที่แท้จริงของคนผู้นี้ได้อย่างแน่นอน
มันรีบสลัดความคิดฟุ้งซ่านวุ่นวายออกไปจากใจ เพ่งมองดูจั่วม่อด้วยสายตาคมกล้าดุจกระบี่ ทันใดนั้นเอง มันพลันสีหน้าแปรเปลี่ยน ต่อหน้าต่อตามัน กลิ่นอายสภาวะของเซี่ยวม่อเกอจู่ ๆ ก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก
ในสายตาของหลินเชียน เซี่ยวม่อเกอกลับกลายเป็นคลับคล้ายกับหุ่นปิศาจตัวหนึ่ง เย็นยะเยือกและปราศจากจิตใจ
นี่มัน… …
หลิ