ตำหนักมหาสันติ
ซือเยวี่ยอี้สีหน้าขรึมเคร่ง ยากนักที่จะได้เห็นสีหน้าเช่นนี้บนใบหน้าของเฉิงจู่ ผู้ซึ่งปกติอ่อนโยนเยือกเย็น บรรยากาศภายในห้องเขม็งตึงเครียด
“ข้าทราบว่าหลายท่านมาเพื่อหอสมบัติมหาสันติ และข้าไม่สนใจว่าสมบัติวิเศษจะตกไปอยู่ในมือของท่านใด เหล่าซือของข้าเคยกล่าวไว้ว่าทุกสิ่งขึ้นอยู่กับโชควาสนา แต่ทว่าข้าไม่เคยคาดคิด ว่ากระทั่งเซียนกระบี่แห่งคุนหลุนยังแฝงตัวเข้ามาในนครมหาสันติด้วย นี่ทำให้ข้าตื่นตกใจไม่น้อย”
สุ้มเสียงของซือเยวี่ยอี้ก้องกังวานไปทั่วห้องโถงอันกว้างใหญ่ ทุกผู้คนที่เข้าร่วมตั้งใจรับฟังอย่างจดจ่อ หลายคนยังมีสีหน้าตื่นตะลึงอยู่บ้าง ซือเยวี่ยอี้เป็นศิษย์ของซือจื่อหมิง เป็นผู้สืบทอดโดยชอบธรรมของหอสมบัติมหาสันติ ดังนั้นพอฟังว่ามันไม่แยแสสนใจว่าสมบัติวิเศษจะตกอยู่ในมือผู้ใด จึงอดแตกตื่นประหลาดใจไม่ได้
“หอสมบัติมหาสันติ ถือเป็นผลงานแห่งความพากเพียรพยายามชั่วชีวิตของเหล่าซือของข้า ข้าเชื่อว่าไม่มีผู้ใดยินยอมเห็นมันไปจบลงในมือของซิวเจ่อได้ วันนี้ข้าเชื้อเชิญทุกท่านมารวมตัวกัน ก็เพื่อหารือแผนการที่จะกำจัดเหล่าซิวเจ่อที่ลอบเข้ามาในนครมหาสันติ บัดนี้ข้าต้องเรียนบอกPage 146 of 937กับทุกท่านตามตรง ว่าไม่ใช่แค่เพียงคุนหลุนเท่านั้นที่แทรกซึมเข้ามาในนครมหาสันติแล้ว แต่สี่มหาสำนักซิวเจ่อ ล้วนมากันพร้อมหน้าพร้อมตา!”
“นครมหาสันติเป็นของใคร? นครมหาสันติเป็นของพวกเราเผ่าปิศาจ! แล้วหอ