งร่างแหลกสลายเป็นผุยผง สีหน้าพวกมันยังเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
อีกฝ่ายกล้าลงมือจริง ๆ… …
พวกข้าคือเทียนหวน… …
แม่ทัพที่ออกคำสั่งเบิ่งตาจนแทบฉีกขาด มองดูท้องฟ้าที่กลายเป็นว่างเปล่าไปทั้งแถบอย่างเหลือเชื่อ ดวงตาแดงฉานด้วยสายเลือด
แม่ทัพเทียนหวนร้องคำรามอย่างเคียดแค้น “คนแซ่กงซุน! เจ้าโหดเหี้ยมเกินไปแล้ว! เทียนหวนจะไม่ละเว้นเจ้า… …”
กงซุนชาในป้อมปราการแย้มยิ้มเล็กน้อย แค่นเสียงว่า “คนโง่!”
ค่ายกลที่ด้านหน้าสุดสว่างไสวขึ้นอีกคำรบ กระแสพลังปราณมหาศาลสั่นกระเพื่อมอย่างรุนแรง บันดาลให้ผู้คนใจเต้นรัวจนแทบกระดอนออกมาจากอก
แม่ทัพเทียนหวนเห็นเช่นนี้ ต้องขบกรามแน่น สีหน้าเต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชัง ตัดสินใจนำกองทัพที่ยังหลงเหลือหลบหนีไปทางหนึ่ง
“ประเสริฐยิ่ง คราวนี้เราก็ล่วงเกินเทียนหวนด้วย” ฉุนอวี๋เฉิงผู้ถูกขัดจังหวะ เงยหน้ามองมาพลางกล่าว
“เจ้าควรจะเคยชินได้แล้ว” กงซุนชากล่าวอย่างเฉื่อยชา
ก่อนหน้านี้พวกมันก็ขัดแย้งกับกงเหยี่ยเสี่ยวหรงมาแล้วรอบหนึ่ง หากผู้ใดสร้างหนี้แค้นให้กับสำนักใหญ่เช่นเทียนหวน เช่นนั้นก็รอคอยที่จะถูกทำลายล้างได้เลย เว้นเสียแต่ว่าในสายตาของเทียนหวน ท่านเข้มแข็งพอๆ กันกับพวกมัน ยกตัวอย่างเช่นหากอีกฝ่ายเป็นสามสำนักใหญ่ที่เหลือเทียนหวนก็จะยินยอมสะกดกลั้น
แต่กงซุนชาเข้าใจกระจ่างว่าเทียนหวนไม่เคยเห็นพวกมันเป็นคู่ต่อสู้ที่เท่าเทียม หากพวกมันรอจนกงเหยี่ยเสี่ยวหรงกวาดพื้นที่แ