่เข้ามาร่วมวงโดยไม่ต้องเชื้อเชิญ
หลังจากเฝ้ามองอยู่พักใหญ่ อสูรผมส้มสับสนงุนงงยิ่ง อดถามไม่ได้ว่า“เหล่าเหมียว ที่แท้ผู้ใดร้ายกาจกว่ากัน เจ้าหรือเซี่ยวม่อเกอ?”
เหมียวจุนเพิ่งเคยได้ยินคนเรียกหามัน ‘เหล่าเหมียว’ อย่างสนิทสนมเช่นนี้เป็นครั้งแรก อดเหลือบมองไม่ได้ ในใจลอบครุ่นคิด เจ้าผู้นี้ช่างตีสนิทกับคนง่ายเสียจริง แต่ปากกล่าวว่า “แน่นอนว่าต้องเป็นต้าเหรินร้ายกาจกว่า”
“ข้าก็ว่าอย่างนั้น” อสูรผมส้มพยักหน้า “เซี่ยวม่อเกอกระทั่งแม่ทัพใหญ่อวี้เหิงยังเคยถล่มจนราบคาบมาแล้ว แม้แต่ข้ายังต้องยอมรับว่ามันเป็นยอดอัจฉริยะในระดับเดียวกันกับข้า”
อสูรควันดำที่ด้านข้างเหลือกตามองบน อดสอดปากไม่ได้ “มันเป็นยอดอัจฉริยะยิ่งกว่าเจ้า!”
อสูรผมส้มหมุนตัวกลับไป กล่าวกับอสูรควันดำด้วยสุ้มเสียงจริงจัง“เรื่องนี้ข้าไม่ยอมรับ”
แม่ทัพใหญ่อวี้เหิง เหมียวจุนไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน แต่ผู้ที่สามารถรับตำแหน่งผู้บัญชาการกองพลย่อมต้องมีฝีมืออยู่หลายท่าเหมียวจุนแม้มีความเชื่อมั่นในฝีมือของตนเป็นอย่างยิ่ง แต่หากคู่ต่อสู้เป็นแม่ทัพใหญ่บัญชาการกองพล มันก็ไม่มีความมั่นใจว่าจะได้ชัยแล้ว
มันสนอกสนใจขึ้นมาทันที “โอ้ เรื่องนี้ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน เล่าให้ฟังสักหน่อยได้หรือไม่”
อสูรผมส้มสบใจยิ่ง กลายเป็นคึกคักกระตือรือร้น รีบอวดโอ่ผลงานอันรุ่งโรจน์ในคุกสิบนิ้วของเซี่ยวม่อเกอทุกขั้นตอน ราวกับกำลังคุยโวเรื่อง
?
? แต่มันพลันนึกขึ้นได