ภายใต้ม่านรัตติกาล เขิงเหลียงเอ๋อร์ดุจเงาพรายสายหนึ่ง ยืนนิ่งเงียบงันอยู่เบื้องหน้าหลักศิลาทักษะปิศาจ
หมู่ดาวเบื้องบนกว้างไพศาลดุจผืนทะเล
นางสามารถสัมผัสได้ถึงร่องรอยของพลังดวงดาวที่ยังหลงเหลืออยู่รอบบริเวณหลักศิลาทักษะปิศาจ นี่ย่อมเป็นหลักศิลาทักษะปิศาจที่จั่วม่อก่อให้เกิดหมู่ดาวประทานพร ดวงตาคู่งามกวาดมองไปทั่วหลักศิลาอย่างรวดเร็ว นางเฝ้าแต่อ่านเคล็ดความบนหลักศิลาซ้าแล้วซ้าเล่า แต่ไม่อาจค้นพบเงื่อนงำว่าจั่วม่อไฉนสามารถก่อให้เกิดหมู่ดาวประทานพรได้
ทันใดนั้นเขิงเหลียนเอ๋อร์หมุนตัวกลับไป
เห็นบุรุษชุดขาวราวหิมะปรากฏกายขึ้นด้านหลังนางโดยไร้สุ้มเสียงคนผู้นี้ยังจะเป็นใครไปได้ นอกเสียจากชีเตียวอวี่
ชีเตียวอวี่ดวงตาวาบประกายด้วยเจตนาฆ่าฟัน หยดน้าที่หมุนวนรอบกายของมันจู่ ๆ ก็เปล่งเสียงประหลาดที่ผิดแผกไปจากเดิม
เขิงเหลียนเอ๋อร์บังเกิดความรู้สึกว่าภาพในสายตานางพลันแปรเปลี่ยนเป็นพร่าเลือน ดวงตาดำขลับดุจนิลเปล่งประกายเจิดจ้าอย่างฉับพลัน เป็นประกายสงบลึกเหมือนความลึกล้าของรัตติกาล แขนเสื้อยาวสีดำสะบัดพลิ้วลิ่วล่อง แผ่ซ่านระลอกคลื่นไร้รูปลักษณ์อันพิสดารล้าออกมา
เหล่าหยดน้าที่โคจรรอบกายชีเตียวอวี่สุ้มเสียงชะงักขาดหายในบัดดล
“สมกับที่เป็นพลังเทพ” ชีเตียวอวี่เอ่ยปากด้วยสุ้มเสียงเย็นเยียบดวงตาทอประกายประหลาดที่ยากจะเข้าใจ
เขิงเหลียนเอ๋อร์สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นน่าลุ่มหลงอย่างรวดเร็ว นางหอบหายใจเบา ๆ วง