ยวข้องกับตัวมัน
“มิผิด” เขิงเหลียนเอ๋อร์โต้ตอบด้วยสุ้มเสียงนุ่มนวลแฝงแววเกียจคร้าน สะกิดให้ผู้คนรู้สึกคันหัวใจยากจะเกา “แต่นั่นมีส่วนเกี่ยวข้องใดกับชีเตียวอวี่เจ้า หากเป็นเช่นนั้นจริง งานเลี้ยงนี้ไหนเลยจะมีส่วนของเด็กน้อยหัวเดียวกระเทียมลีบอย่างเจ้า?”
ชีเตียวอวี่สายตากลับกลายเป็นเย็นเยียบในทันใด เจตนาฆ่าฟันทะลักล้นออกมา “แต่วันนี้ในเมื่อเจ้าเสนอหน้ามาเอง ข้าก็ขอน้อมรับไว้ด้วยความยินดี”
เขิงเหลียนเอ๋อร์แย้มยิ้มอย่างเย้ายวนใจ “เช่นนั้นต้องดูว่าฝีมือเจ้าเข้มแข็งพอหรือไม่! ข้าชมชอบบุรุษอันเข้มแข็ง!”
สุ้มเสียงแว่วหวานกังวานอยู่กลางอากาศ หางเสียงยังไม่ทันจะจางหาย เขิงเหลียนเอ๋อร์ทั่วร่างทอประกายด้วยแสงจันทราเป็นชั้น ๆ จากนั้นร่างของนางเลือนรางลงอย่างรวดเร็ว ด้วยระดับความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ต่อหน้าต่อตาชีเตียวอวี่
เขิงเหลียนเอ๋อร์ซึ่งแทบกลายเป็นโปร่งใสขยิบตาให้ชีเตียวอวี่
“ข้ามาแล้ว!”
สุ้มเสียงที่เต็มไปด้วยความเย้ายวนสะท้อนก้องกลางอากาศเวิ้งว้างเขิงเหลียนเอ๋อร์ตรงหน้าชีเตียวอวี่ค่อย ๆ เลือนหายไป
ชีเตียวอวี่ดวงตาทอประกายวูบ เต็มไปด้วยร่องรอยขบคิดตรึกตรอง
จั่วม่อไม่ล่วงรู้ว่าในคืนนี้มีเรื่องราวเกิดขึ้นทางด้านของเขิงเหลียนเอ๋อร์ แต่ต่อให้มันทราบ มันก็ไม่คิดสนใจ ผู้อื่นไม่ใช่ลูกน้องของมัน นางจะทำอะไรย่อมไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกับมัน
เมื่อได้รู้ว่าเสียกงจู่จะมาถึงนครมหาสันติในเร็ววัน คว