ามบนหลักศิลาทักษะปิศาจมหาสันติโดยไม่ว่างเว้น
แต่การฝึกฝีมือของมัน กลับยังคงต้องถูกขัดจังหวะอีกครั้ง
เนื่องเพราะซู่หลงกลับมาจากการไปดูอาเหวิน ทั้งยังนำคนผู้หนึ่งมาด้วย
เห็นปิศาจผู้หนึ่งกองอยู่แทบเท้ามัน คนผู้นี้ใบหน้าดำมะเมื่อม ลมหายใจรวยริน เห็นเช่นนี้จั่วม่อรีบคุกเข่าลงตรวจดูอาการของมันทันที
“ต้าเหริน ข้าพบคนผู้นี้ระหว่างที่ข้าไปตามหาพวกอาเหวิน คนผู้นี้ล้มอยู่ใกล้ ๆ หลักศิลาทักษะปิศาจ ข้าเห็นว่าสภาพของมันไม่ถูกต้อง ดังนั้นพามันกลับมาด้วย” ซู่หลงรีบอธิบาย อาจบางทีความทุกข์ยากในอดีตส่งผลให้มันเป็นคนที่โอบอ้อมอารีย์เช่นนี้เอง
“อืมม์!” จั่วม่ออุทานอย่างแปลกใจ มันถลกแขนเสื้อปิศาจผู้นั้นขึ้น สิ่งที่ปรากฏอยู่บนแขนเป็นแผนผังปิศาจสีทองซ้อนกันเป็นชั้น ๆ จนแน่นขนัดไม่ใช่ นี่ไม่ใช่แผนผังปิศาจแต่เป็นแผนผังอาคมยันต์!
นี่คืออาคมหวงห้าม!
จั่วม่อหางตากระตุก มันรีบตรวจดูร่างกายส่วนอื่นของปิศาจตนนี้ จริงดังคาด ทั่วทั้งร่างล้วนปกคลุมไปด้วยอาคมหวงห้าม!
เมื่อจั่วม่อถอดเสื้อของปิศาจตนนั้นออก ลวดลายอาคมหวงห้ามอันแน่นขนัดจนแทบไม่มีที่ว่าง บันดาลให้ทุกคนในห้องสูดลมหายใจอย่างหนาวเหน็บ
เหมียวจุนดาลเดือดยิ่ง ตวาดอย่างขุ่นแค้น “นี่เป็นฝีมือผู้ใด?
“นี่คืออาคมหวงห้ามจากวัดเสวียนคง” ในทะเลแห่งจิตสำนึก ผูเยาผุดขึ้นราวกับเงาภูตผี อธิบายด้วยสุ้มเสียงเย็นยะเยือก “วัดเสวียนคงมีกองพันที่โด่งดังยิ่งทัพหนึ่งเรียกว่ากองพั