“โอ้ โอ โอ โอ้! อลังการเหลือเกิน! สมกับที่เป็นนครมหาสันติในตำนาน!” ผู้กล่าววาจามีเรือนผมสีส้มสดใสเหมือนเปลวเพลิงลุกโหม โดดเด่นสะดุดตายิ่ง มันเดินเหลียวซ้ายแลขวาด้วยสีหน้าอัศจรรย์ใจไปตลอดทาง ทั้งยังคุยจ้อไม่หยุดปาก
ส่วนสหายข้างกายมัน ทั้งร่างปกคลุมไปด้วยหมอกควันสีดำอันเลื่อนลอย คล้ายเอาแน่นอนไม่ได้
“เหล่าเฮย! (เจ้าดำ) ทีนี้ความปรารถนาของเจ้าก็บรรลุแล้ว! แต่ว่ากันตามความสัตย์ ข้าไม่เข้าใจจริงๆ ว่าเจ้าไฉนเลื่อมใสซือจื่อหมิงผู้นี้นัก!”อสูรผมสีส้มเบ้ปาก แต่จากนั้นก็ยืดอก ตบอกแรงๆ สามทีซ้อน กล่าวอย่างสัตย์ซื่อเที่ยงธรรมว่า “อย่างไรก็ตาม พี่น้องต้องมีคุณธรรมน้ามิตร เจ้าเมื่ออยากมาเยือนเมืองนี้ ข้าย่อมต้องมาเป็นเพื่อน!”
อสูรควันดำดูเหมือนไม่ได้รับฟังวาจาเพ้อเจ้อของอสูรผมส้มแม้สักครึ่งคำ มันเอาแต่เหม่อมองนครมหาสันติอันกว้างใหญ่ตระหง่านเงื้อม สีหน้าคลั่งไคล้ศรัทธา
“เหล่าเฮย เจ้าดูท่าจะไม่ค่อยดีแล้ว! ในฐานะอสูรต้องมีจุดยืนของอสูรเจ้าจะหลงใหลได้ปลื้มพวกปิศาจไม่ได้ นี่จะทำให้เจ้าดูรสนิยมต่า เข้าใจหรือไม่” อสูรผมสีส้มกระตุ้นเตือนสหายด้วยสีหน้าจริงจัง
อสูรผมสีส้มไม่เคยกล่าววาจาเบา ๆ อยู่แล้ว ผู้คนผ่านไปผ่านมาล้วนได้ยินวาจาของมันชัดเจน พากันหันมามองด้วยสีหน้าประหลาดพิกล แต่มันเองกลับคล้ายไม่รู้สึกตัวแม้แต่น้อย
อสูรควันดำค่อยได้สติ ทราบว่าดูท่าจะไม่ค่อยดีแล้ว มันรีบหันเหหัวเรื่องอย่างเร่งด่วน “ไป ไ