ัวมันเอง หากเผชิญกับกลยุทธ์สงครามอันพิสดารนี้เป็นครั้งแรก ก็ไม่มีความเชื่อมั่นเอาชัยเช่นกัน
“ตรึกตรองให้ดี พ่ายแพ้ต่อกองกำลังไร้ชื่อเสียงเรียงนาม พวกเจ้ายังมีหน้าหลงเหลืออยู่อีกรึ” กงเหยี่ยเสี่ยวหรงกล่าวเสียงเย็นเยียบ
เหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาหน้าแดงฉานด้วยความอับอาย
กงเหยี่ยเสี่ยวหรงเหลือบมองพวกมัน “ไปได้แล้ว ให้ความสำคัญกับการเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้าม”
เหล่าแม่ทัพนายกองใต้ร่มธงของมันรีบคารวะจากไป ราวกับได้รับการละเว้นจากโทษประหาร
รอจนไม่มีใครหลงเหลืออยู่ภายในห้อง กงเหยี่ยเสี่ยวหรงสีหน้าเปลี่ยนเป็นมืดมน
คราครั้งนี้เสียท่าอย่างแท้จริง!
ตอนที่กงซุนชาบอกว่าพวกมันเพิ่งจะยึดครองอาณาจักรเรือนกล้วยไม้ กงเหยี่ยเสี่ยวหรงไม่ได้กังขาเลยแม้แต่น้อย แต่ยามนี้มีเวลาขบคิดใคร่ครวญ มันกลับรู้สึกว่าเรื่องราวไม่ได้เป็นไปตามที่กงซุนชากล่าวอ้างพิชัยยุทธ์ของฝ่ายตรงข้ามเห็นได้ชัดว่าผ่านการฝึกฝนมาชั่วระยะเวลาหนึ่ง หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ปิศาจเหล่านั้นเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพมาสักระยะหนึ่งแล้ว หาได้เพิ่งสวามิภักดิ์เช่นที่กล่าวอ้างไม่
เผ่าปิศาจไฉนเข้าร่วมกองทัพซิวเจ่อ?
สิ่งที่น่าประหลาดที่สุด คือพิชัยยุทธ์ของกองทัพนี้ออกแบบมาโดยมีปิศาจเป็นแกนหลัก
กงเหยี่ยเสี่ยวหรงสับสนงุนงงเป็นที่สุด ขุมกำลังนี้ที่แท้เป็นซิวเจ่อหรือเป็นเผ่าปิศาจกันแน่?
ผู้ใดจะปกครองอาณาจักรเรือนกล้วยไม้ กงเหยี่ยเสี่ยวหรงหาได้แยแสสนใจไม่ สถานที