อยเกือบสิ้นเรี่ยวแรง แต่กลิ่นอายสุดอันตรายกลับไม่ได้ลดความกล้าแข็งลงแม้แต่น้อย
ไม่มีผู้ใดคิดว่ามันสูญเสียความสามารถในการต่อสู้ไปแล้ว ทุกผู้คนบังเกิดความรู้สึกว่าการต่อสู้เพิ่งจะเปิดฉากขึ้นเท่านั้น
เหมียวจุนยืดตัวยืนตรง มองดูจั่วม่ออย่างเงียบงัน
“ข้ายอมแพ้”
ชั่วอึดใจหนึ่ง เหมียวจุนก็เอ่ยปากอย่างกะทันหัน เป็นเหตุให้ทั่วสนามประลองจมอยู่ในความเงียบสงัด
แต่หลังจากเงียบงันไปเพียงชั่วอึดใจ คลื่นเสียงกึกก้องอื้ออึงคล้ายระเบิดขึ้นจากทุกซอกมุมของสนามประลอง
เป็นไปได้อย่างไร?
นี่จะเป็นไปได้อย่างไรกัน!
คราวนี้กระทั่งจั่วม่อเองยังตะลึงงัน มันค่อยๆ ลุกขึ้นยืน เหม่อมองเหมียวจุนอย่างซึมเซา
เหมียวจุนจับตามองสีหน้าของจั่วม่ออย่างสนอกสนใจ ราวกับคนที่เพิ่งเอ่ยปากยอมรับความพ่ายแพ้ไม่ใช่มัน มันเห็นได้ชัดว่าออกจะอิ่มอกอิ่มใจกับถ้อยคำของตนเสียด้วยซ้า
“อย่าคิดเล่นลูกไม้กับข้าเสียให้ยาก!”
วาจาดุร้ายของจั่วม่อ ทำเอาสีหน้าอิ่มอกอิ่มใจของเหมียวจุนถึงกับแข็งค้าง
“เจ้าไม่เชื่อข้า?” เหมียวจุนมองจั่วม่อด้วยสายตาแปลกประหลาด
“ตอนนี้ข้าเชื่อแล้ว” จั่วม่อเอ่ยออกมาหน้าตาเฉย จากนั้นยืดตัวตรงแล้วร้องลั่นอย่างกะทันหัน “โอย เจ็บปวดยิ่ง”
กระบวนท่าเมื่อครู่ไม่ใช่หมัดเพลิงแกนฟ้าลำดับที่หนึ่งในแบบฉบับดั้งเดิม แต่มันใช้พลังทั้งหมดที่มี รวมถึงพลังเทพสายหนึ่งผสานรวมเข้าไปด้วย สร้างพลังอำนาจอันน่าแตกตื่นสะท้านโลก
แต่หมัดนี้ยังทำให้