ายัญโลหิตอยู่บ้าง บางทีอาจจะช่วยให้เจ้าสามารถครอบครองพลังสายเลือดนี้เช่นเดียวกันกับนาง”
จั่วม่อขบคิดอยู่ชั่วอึดใจ จากนั้นสั่นศีรษะ “ไม่ดีกว่า ข้ารู้สึกได้ว่าสังขารปิศาจมหาทิวาของข้ากำลังจะฝ่าด่านรุดหน้าในไม่ช้า เป็นความรู้สึกที่แรงกล้ายิ่ง”
“นั่นก็ใช่แล้ว เจ้าฝึกปรือสังขารปิศาจมหาทิวา ในด้านของรากฐานอันมั่นคง สังขารปิศาจชนิดอื่นไม่สามารถยกขึ้นเทียบได้” ผูเยาผงกศีรษะเห็นพ้อง
เว่ยก็ไม่เห็นค้าน เปลี่ยนไปถามว่า “เจ้าคิดช่วยเหลือนาง
“ช่วยเหลือนางจั่วม่อสั่นศีรษะ “ข้าไหนเลยจะมีความสามารถยิ่งใหญ่ปานนั้น ความเสียหายที่เกิดจากแผนผังปิศาจพัฒนาไม่สำเร็จ ก่อเกิดความเสียหายต่อเลือดเนื้อของนางด้วย ข้าไม่มีปัญญาช่วยนางได้”
เว่ยนิ่งเงียบงันไป
จั่วม่อก็ไม่กล่าวคำใดอีก หันกลับไปศึกษาแผนผังปิศาจบนร่างดรุณีน้อยสืบต่อ
มันไม่มีความคิดจะช่วยเหลือนางแม้แต่น้อย เนื่องเพราะมันไม่มีปัญญากระทำ แต่ต่อให้มีปัญญามันก็ไม่คิดกระทำ มันตั้งใจแน่วแน่ว่ารอจนมันทุเลาหายดีและฝ่าด่านรุดหน้าสำเร็จ จะต้องก่อความยุ่งยากให้แก่เขิงอี้สักครา เพื่อแก้แค้นที่อสรพิษเฒ่าผู้นี้บีบบังคับมัน
มันไม่ใช่คนประเภทที่เมื่อถูกตบหน้าข้างซ้าย ก็จะยื่นหน้าข้างขวาไปให้ผู้อื่นตบด้วย
แต่แผนผังปิศาจเขี้ยวขาวนี้ลึกล้าโดยแท้ กล่าวถึงแผนผังปิศาจด่านเจียง กระทั่งผูเยายังมีครอบครองเพียงไม่กี่ชิ้น
นี่เป็นโอกาสที่ยากจะพบพาน!
จั่วม่อไล่ปลายนิ้วไปตามแผนผัง