นัยน์ตาสีเหลืองอำพันเห็นได้ชัดว่าไม่มีความประสงค์ร้าย แต่จั่วม่อรู้สึกราวกับว่าถูกสายตาคู่นั้นคว้าขยุ้มที่ลำคอ แทบหายใจไม่ออก
นี่คือความแตกต่างของพลังฝีมือเช่นนั้นหรือ?
กระแสพลังนับไม่ถ้วนอาละวาดอย่างกราดเกรี้ยว ถาโถมพลุ่งพล่านไปทั่วร่าง ราวกับคลื่นน้าทะลักทลาย
แรงกดดันไร้สภาพที่กดทับมัน ไม่ต่างจากฟองอากาศ ท่ามกลางเสียงปะทุเบา ๆ เพียะ แตกสลายไปทันที
จั่วม่อรู้สึกร่างกายปลอดโปร่งโล่งสบาย สามารถหายใจหายคอได้อีกครั้ง พลังภายในร่างมันสูญเสียเป้าหมายที่ต่อต้าน ค่อย ๆ สงบลง
นับตั้งแต่ต้นจนจบ จั่วม่อสีหน้าไม่แปรเปลี่ยนแม้สักแวบ การเปลี่ยนแปลงอันรุนแรงภายในร่างมันไม่มีผู้ใดระแคะระคายแม้แต่น้อย
เขิงอี้ดวงตาทอแววขบคิดใคร่ครวญ จากนั้นแย้มยิ้มเล็กน้อย “คราครั้งนี้เราเชื้อเชิญจั่วเซียนเซิงมา เพราะมีเรื่องบางประการอยากขอความช่วยเหลือ”
ข่าจั๋วตรวจร่างกายดรุณีน้อยที่นอนสลบไสลอยู่บนเตียงอย่างระมัดระวัง หญิงสาวอายุเยาว์นางนี้รูปโฉมคล้ายคลึงกับเขิงอี้เป็นอย่างยิ่งสมควรเป็นธิดาของมัน หรือไม่ก็ญาติสนิทชิดใกล้ หญิงสาวสะคราญปานล่มเมือง ริมฝีปากอ่อนละมุนเผยอเล็กน้อย คิ้วเรียวงามขมวดมุ่น ราวกับว่านางกำลังทนทุกข์ทรมาน
?” จั่วม่อเพิ่งเคยได้ยินถ้อยคำเหล่านี้เป็นครั้งแรก
เว่ยเบือนสายตาไปมองผูเยา ผูเยาแค่นเสียง จากนั้นกล่าว “แผนผังปิศาจบนร่างกายมิใช่ว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง รอจนเจ้าขึ้นสู่ด่านใหม่แผนผังปิศาจบนร