รูเป็นที่ดูแคลนของพวกมันนัก
“กองกำลังภูเขามังกร… …ไม่ต้องแปลกใจเลยว่าไฉนพวกเราไม่เคยได้ยินชื่อพวกมัน… …” บางคนพึมพำอย่างเหยียดหยาม
การลงมืออันเกรี้ยวกราดดุดันของค่ายเว่ยมิเพียงข่มขู่ศัตรูจนขวัญกระเจิง กระทั่งผู้คนของฝ่ายมันเองยังไม่เว้น สำหรับเหล่าอสูรบุปผายังพอทำเนา พวกมันเคยเห็นความดุดันของค่ายจูเชวี่ยมานับครั้งไม่ถ้วนเพียงเท่านี้จึงไม่นับเป็นอะไรได้ คนเหล่านั้นยังบ้าคลั่งยิ่งกว่าค่ายเว่ยเสียอีก
แต่สำหรับหนานเยว่ คังเจ๋อและอสูรอื่น ๆ รวมไปถึงเยี่ยหลิงล้วนตะลึงลานจนตาค้าง!
ไม่ซักถาม ไม่ทักทาย พวกมันไม่รอให้ผู้อื่นกล่าววาจาจบประโยคเสียด้วยซ้า ไม่มีคำเตือน เพียงฟาดฟันรวดเร็วดุจสายฟ้าแลบ เหี้ยมหาญดุดันสุดเปรียบปาน!
นี่มันเครื่องจักรสังหารอันไร้ปราณีชัด ๆ!
เยี่ยหลิงในฐานะปิศาจสายเลือดแท้ย่อมเคยพบเห็นค่ายกลปิศาจสังหารภูตอีกามาบ้าง แต่ค่ายกลปิศาจสังหารภูตอีกาที่เหี้ยมหาญดุดันถึงเพียงนี้ กลับเพิ่งจะเคยพบพานเป็นหนแรก!
สมกับที่เป็นกองทัพหลักของเจ้าเหนือหัว!
มันเต็มไปด้วยความนับถือเลื่อมใสจนแทบจะเป็นคลั่งไคล้ และเมื่อหวนนึกถึงกองทัพของตน ให้รู้สึกละอายใจนัก มันลอบตั้งใจแน่วแน่ รอจนกลับไปจะต้องขอคำชี้แนะจากซู่หลงต้าเหรินให้จงได้ แบบฉบับการต่อสู้อันเกรี้ยวกราดดุดันเช่นนี้ เป็นอาวุธร้ายที่มันเองก็คิดใคร่ครอบครอง! มี
“ร้ายกาจยิ่ง… …” คังเจ๋อกลืนน้าลายอย่างฝืดคอ สีหน้าเขียวคล้า
หมิงเจวี๋ยจื่อฝืน