่นางก็รวบรวมจิตใจแน่วแน่
ซวี่ง!
กระบี่โบราณสีน้ำเงินปรากฏขึ้นกลางอากาศ แล้วหล่นลงสู่มือของนาง
แววตาเปี่ยมด้วยจิตต่อสู้ ออร่าความมุ่งมั่นรุนแรงจนน่าตะลึง จวินจื่อหลิงเผชิญหน้ากับม่อลั่วและพวกโดยไม่ถอย
หากค่ายกลแตก… นางจะสู้จนตาย!
“ไม่อยากจะเชื่อ ว่าผู้หญิงคนนี้จะยอมทุ่มเทให้เขาขนาดนี้…!”
จ้าวซวี่แอบถอนหายใจ
เขารวบรวมจิตใจ มุ่งควบคุมค่ายกลซวนหวงต้านทานพลังจากขุนนางยุทธ์ทั้งเจ็ด!
ครืน!
ขุนนางยุทธ์เหล่านั้นระเบิดพลังออกมา โจมตีม่านพลังอย่างต่อเนื่อง
พลังอันน่าสะพรึงพุ่งใส่ม่านพลังซวนหวง เสียงระเบิดดังกึกก้องราวฟ้าผ่า ม่านพลังสั่นสะเทือนดั่งโลกถล่ม
“ทุกคนหลบไป! ข้าจะเป็นคนทำลายค่ายกลนี้เอง!”
ม่อลั่วกล่าวขึ้น
ขุนนางยุทธ์ทั้งหกสบตากัน ก่อนจะถอยห่างออกไป
ครืน!!
ม่อลั่วแผ่พลังอันน่าสะพรึงกลัวออกมา เขาถือกระบี่สีดำในมือ มองดูเย็นยะเยือกและน่าหวาดกลัว
“ดรรชนีพิฆาตอสูร!”
ม่อลั่วตะโกนลั่น กระบี่สีดำกลายเป็นแสงดาบเจิดจ้า ฟาดฟันใส่ม่านพลังจากกลางอากาศ
เพียงพริบตาเดียว เสียงแตกเปรี๊ยะก็ดังขึ้น ม่านพลังซวนหวงสั่นสะเทือนรุนแรง แสงสีเหลืองทองแตกกระจาย
ครืด!
รอยร้าวแรกปรากฏขึ้นบนม่านพลัง มังกรสีเหลืองทองที่ปกป้องอยู่พลันแปรเปลี่ยนเป็นภาพเลือนราง
“บัดซบ! เขาอยู่ในขั้นกึ่งราชายุทธ์?! แถมยังใช้เคล็ดวิชาในระดับดินอีก?! ข้าเกรงว่าค่ายกลข้าจะต้านได้ไม่ถึงหนึ่งชั่วยามแล้ว!”
ใบหน้าจ้าวซวี่ซีดขาวทันที
เขาไม่คา