ับข่าจั๋วเป็นศิษย์ด้วย!” ข่าจั๋วกล่าวเสียงดังฟังชัด
“รับเจ้าเป็นศิษย์จั่วม่อเหม่อมองข่าจั๋วที่สูงวัยกว่ามันมาก พลันรู้สึกแปลกพิกล รีบสั่นศีรษะพลางกล่าว “ไม่ได้ ไม่มีทาง!”
ก่อนหน้านี้จั่วม่อแม้รับพวกหนานเยว่ คังเจ๋อเป็นศิษย์ แต่ก็เนื่องเพราะพวกนางมีอายุไม่ต่างจากมันมากนัก จั่วม่อไม่มีปัญหาที่จะหลอกลวงพวกนางสักครา แต่หากรับข่าจั๋วที่อายุมากกว่ามันไม่น้อยเป็นศิษย์จริงๆ จึงนับว่าแปลกพิกลโดยแท้
“ต้าเหริน ได้โปรดรับข่าจั๋วเป็นศิษย์ด้วย!” ข่าจั๋วไม่ถนัดในการกล่าววาจาประจบประแจง ได้แต่กล่าวซ้าประโยคเดิมอย่างแน่วแน่
จั่วม่อเดิมทีรู้สึกว่าข่าจั๋วอ่อนแอและหลอกลวงได้ง่าย แต่เมื่อคนสัตย์ซื่อถือมั่นกลายเป็นดื้อดึงขึ้นมา พวกมันก็น่ากลัวยิ่ง
หลังจากยันกันอยู่เช่นนี้เป็นเวลานาน จั่วม่อรู้สึกคล้ายกำลังจะเสียสติแล้ว
“เอาเถอะ เอาเถอะ ก่อนอื่นให้สร้างเข็มปลุกปิศาจนี่เสียก่อน” จั่วม่อกล่าวเสียงละห้อย เรี่ยวแรงของมันแทบจะหมดสิ้นอยู่รอมร่อ หากข่าจั๋วเกิดคลุ้มคลั่งขึ้นมา มันก็รับมือไม่ไหวแล้ว
ข่าจั๋วผุดลุกขึ้นอย่างตื่นเต้นยินดี “ขอรับ เหล่าซือ!”
ฟังประโยคนี้ จั่วม่อลอบยิ้มเจื่อนขมในใจ มันถึงกับต้องรับคนที่แก่คราวลุงมาเป็นศิษย์เชียวหรือ
เผ่าปิศาจนี่ช่างบ้าคลั่งอย่างที่เล่าลือกันจริง ๆ!
อย่างไรก็ตาม จั่วม่อเมื่อสงบใจลงและไตร่ตรองดูอีกครั้ง มันรู้สึกว่าการรับศิษย์ผู้นี้กลับไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเสียทีเดียว
ข่าจั